Chat with us, powered by LiveChat
Login ทางเข้าเล่น mm88bet

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด โล้สำเภาดับซ่าส์เพื่อนบ้านน่ารำคาญ

แทงบอลออนไลน์

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด โล้สำเภาดับซ่าส์เพื่อนบ้านน่ารำคาญ

ถ้าฟุตบอลมีแค่ 45 นาที แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพื่อนบ้านผู้น่ารำคาญของ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด คงได้สุขสมหวังในการคว้าแชมป์ต่อหน้าอริร่วมเมืองไปแล้ว

ด้วยเหตุนั้นกระมัง ฟุตบอลจึงมีสองครึ่ง เพื่อให้ทีมที่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบได้มีโอกาสลุกขึ้นมาแก้ตัว สู้ต่ออีกสักฮึดหนึ่ง และก็เป็นลูกทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ ที่แสดงให้เห็นแล้วว่า พวกเขาเองก็ ‘มีของ’ ยังคงมีจิตวิญญาณของทีมที่ ‘จงเกลียดจงชัง’ ความพ่ายแพ้ และไม่มีวันที่จะยกธงขาวตราบเท่าที่ผู้ตัดสินยังไม่เป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขัน

ที่ผ่านมาแมนฯยูฯ สูญเสียความเป็นตัวตนดังกล่าวไปพร้อมกับการวางมือของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ในปี 2013 ต่อจากนั้นไม่ว่าจะเป็นทายาทอสูร เดวิด มอยส์, ตัวเลือกที่เหมือนใช่อย่างหลุยส์ ฟาน กัล และเจ้าของตำแหน่งปัจจุบัน โชเซ่ มูรินโญ่ ในหลายๆ ครั้งความเป็นผู้ไม่ยอมแพ้ไม่ค่อยมีให้เห็นอย่างที่ควรจะเป็น

แต่ในเกมว่าที่ ‘รับแชมป์’ ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อคืน เป็นเกมที่ผมยอมรับจากใจเลยว่า ไม่ว่าจะมองในมุมไหน ปีศาจแดง ไม่น่าจะหวนกลับมาคว้าได้แม้แต่หนึ่งแต้มด้วยซ้ำ

ในครึ่งเวลาแรกลูกทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ เล่นไม่ได้เรื่องราวกับไม่ได้ซ้อมมา เมื่อพวกเขาเปิดพื้นที่มากมายมหาศาลให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เข้าโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งที่นักเตะตราสามง่ามสีแดงต้องรู้แล้วด้วยซ้ำว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะเล่นฟุตบอลจากเท้าสู่เท้า แล้วมองหาช่องว่างเข้าโจมตี แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่า คู่ปราการหลังตัวกลางอย่างเอริค ไบญี่ และ คริส สมอลลิง ถึงเปิดช่องดังกล่าวแทบจะทุกจังหวะตลอดครึ่งเวลาแรก

บอกตามตรงโดนแค่ 2-0 ในครึ่งแรก นั่นก็ถือว่าทำบุญมาเยอะแล้วนะครับ

สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อกลับมาลงเล่นครึ่งหลัง เห็นได้ชัดว่า ลูกทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ ยังเต็มเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น ไม่สิ กลับเล่นเต็มที่มากกว่าครึ่งเวลาแรกด้วยซ้ำ ตรงนี้เครดิตเหล่านักเตะแมนฯยูฯ ควรได้รับไปทั้งหมด แต่ถ้าให้เจาะเป็นรายบุคคล คิดว่า คงเป็นการกระตุ้นในห้องแต่งตัวของมูรินโญ่ครับ

หลังจบเกม คริส สมอลลิง ออกมาเปิดเผยว่า มูรินโญ่ไม่ได้พูดถึงหรือวิจารณ์นักเตะเป็นรายบุคคล เพียงแต่เขาเลือกใช้คำพูดสั้นๆ โดยบอกแค่ว่า พวกเรา (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) ต้องไม่เป็นตัวตลก แล้วปล่อยให้พวกเขา (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) ฉลองแชมป์แบบมีความสุข

ง่ายๆ สั้นๆ ได้ใจความ ชัดเจน และทำให้ทีมกลับมา อันนี้ต้องคาราวะมูรินโญ่ 1 จอก

อีกคนหนึ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้ ผมคิดว่า การมีอเล็กซิส ซานเชซ อยู่ในทีม

ตรงนี้ไม่ใช่ว่า อเล็กซิส ซานเชซ เป็นคนวางบอลยาวให้ปอล ป็อกบา โขกตีเสมอเพียงอย่างเดียวเท่านั้นนะครับ แต่ถ้าเรามองให้ลึกลงไป เป็นอเล็กซิส คนเดียวกันนี้แหละ ที่เป็นเดียวในครึ่งเวลาแรกที่ยังทุ่มเท วิ่งไล่บอลทุกจังหวะ ลงไปซ้อนเกมรับให้กับแอชลีย์ ยัง ในจังหวะที่ทีมถูกเพื่อนบ้านน่ารำคาญคุกคามเกมรับ

บอกตรงๆ นะครับ นักเตะในสไตล์อเล็กซิส ซานเชซ นี้แหละครับที่จะช่วยปลุกเร้าความเป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบที่แฟนบอลอยากเห็น ความไม่ยอมแพ้ การกระตุ้นเพื่อนร่วมทีม ความเร่าร้อน ความอยากในชัยชนะ ทั้งหมดนี้ส่งผลในด้านบวกต่อทีมทั้งสิ้นครับ ซึ่งจุดนี้ผมคิดว่า มูรินโญ่ ก็คงทราบดีถึง ‘Personality’ ของอเล็กซิส จึงตัดสินใจ พร้อมกับตัดหน้าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าตัวอเล็กซิส มาร่วมทีม เพราะยังไงๆ ก็มีผลดีต่อทีมอย่างแน่นอน

นี่จึงเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของมูรินโญ่

พร้อมกันนี้อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของเกมนี้ ผมคิดว่า การได้ประตูที่รวดเร็วจากปอล ป็อกบา ในครึ่งเวลาหลัง และในอีก 60 วินาทีต่อมา ยังได้ประตูตีเสมอ ทำให้งานเลี้ยงทุกอย่างที่เป๊ป กวาร์ดิโอลา, ดาวเตะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ รวมถึงแฟนบอลคาดหวังไว้ทุกอย่างเป็นอันพังพาบ

ทั้งนี้ ยังมีอีกประเด็นที่ผมคิดว่า น่าสนใจ นั่นคือ ตำแหน่งของปอล ป็อกบา ในเกมนี้ ถูกดันขึ้นสูงภายใต้รูปแบบการเล่น 4-2-3-1 หรือ 4-3-3 พร้อมให้อิสระการเล่นบนพื้นที่แนวรับของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยไม่ต้องพะวงในเรื่องของเกมรับ อยากรุก อยากบุก ทำไปได้เลยตามสบาย ซึ่งจุดนี้ ก็สะท้อนถึง ‘ศักยภาพการเป็นยอดนักเตะ’ ของป็อกบาเป็นอย่างดี

นอกเหนือจากนี้แล้ว ในเกมนี้ยังต้องชื่นชมอังเดร เอร์เรร่า ดาวเตะสแปนิช ที่กลับมาคืนฟอร์มแล้วจับคู่กับเนมันย่า มาติช ได้ดีทีเดียว ในการทำหน้าที่ไล่เก็บ ไล่แย่งบอล จากนักเตะซิตี้ที่ครอบครองบอล จนถึงการบินอย่างซูเปอร์แมนของดาบิด เด เกอา ที่ช่วยให้ปีศาจแดงไม่เสียประตูที่ 3 ให้กับเซร์คิโอ อเกวโร่ และยังรักษา 3 คะแนนตลอดรอดฝั่งเมื่อครบจบ 90 นาที

หลังจากจบเกมนี้ ทำให้เรามองเห็นสองอย่าง ประการแรก ภารกิจของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้จะยังไม่จบลง แต่คงไม่มีอะไรผิดพลาดแล้ว โดยพวกเขาจะคว้าตำแหน่งรองแชมป์ในฤดูกาลนี้ไปครอง และประการที่สอง ชัยชนะของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมถึงลิเวอร์พูล เมื่อกลางสัปดาห์ เป็นสิ่งที่พิสูจน์ทราบว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หาใช่ทีมที่ไร้เทียมทาน แต่เป็นทีมที่พร้อมจะแพ้ทุกทีมทันที หากคู่แข่งรู้วิธีเล่นงาน

แต่ก็นั่นแหละครับ ไม่ว่าจะเป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือ ลิเวอร์พูล ต่างก็ช้าเกินไปที่จะหยุดความอหังการของแมนเชสเตอร์ ซิตี้

ฤดูกาลหน้าว่ากันใหม่ครับ 🙂

อ่านบทความฟุตบอลอื่นๆได้เลยที่ https://bit.ly/2H4RWMH

Check Also

MM88FC แทงบอล แทงบอลออนไลน์ พนันบอลออนไลน์ ดีที่สุด มั่นคง ปลอดภัย 100%

99.99 % บุรีรัมย์ จ่อแชมป์! ลุ้นบทสรุปโค้งสุดท้าย ไทยลีก 2018

99.99 % บุรีรัมย์ จ่อแชมป์! ลุ้นบทสรุปโค้งสุดท้าย ไทยลีก 2018 ฟุตบอลโตโยต้าไทยลีก 2018 เดินทางถึงโค้งสุดท้ายแล้ว เหลือเพียง 4 นัดเทานั้นการแข่งขันลีกสูงสุดของไทยในปี 2561 ก็จะรูดม่านปิดฉากลง …