Login ทางเข้าเล่น mm88FC

บุพเพสันนิวาส เจอร์เกน คล็อปป์ Love Destiny

บุพเพสันนิวาส Jurgen Love Destiny : แทงบอลออนไลน์

บุพเพสันนิวาส เจอร์เกน คล็อปป์ Love Destiny

เป็นอีกหนึ่งเกมที่ใครได้ดูต้องบอกเลยว่าคุ่มค่ากับการนอนดึกเป็นอย่างมาก สำหรับการแข่งขันในศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ ในคู่ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบกับ ลิเวอร์พูล ของ เจอร์เกน คล็อปป์ ในเลกที่สอง ซึ่งสกอร์ในเลกแรกอย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นทาง หงส์แดง ที่ดูว่าจะถือไพ่ที่เหนือกว่าอยู่สามใบด้วยกัน( 3 ประตูที่ยิงเอาไว้ในแอนฟิลด์) 3 ประตูจากการนำในเลกแรก ฟังดู และเห็นว่า มีโอกาสเกือบ 90 เปอร์เซ็นเลยทีเดียวที่ทีมที่สามารถยิงประตูได้ก่อนถึง 3 ลูก แบบชนิดที่ไม่เสียอเวย์โกลว์ในบ้านอีกด้วย

ใช่ครับ! ถ้าเป็นกับทีมอื่นเราอาจจะมองข้ามเกมเลกที่สองไปได้เลย แต่กลับ เรือใบสีฟ้า ภายใต้การคุมทีมของ เปป กวาร์ดีโอลา ถ้าใครได้ติดตามดูฟอร์มการเล่นของพวกเขา คุณเองก็จะรู้ถึงความน่ากลัวและพิษสงในแนวรุกของพวกเขามากแค่ไหน ในลีกยิงไปแล้ว 90 ประตู และใน แชมเปียนส์ลีก พวกเขายิงไปแล้วถึง 20 ประตู จากรอบแรกของการแข่งขัน

เกมก่อนมีการคาดเดากันไปต่างๆนาๆในบรรดากูรูฟุตบอลเมืองไทยและเทศมากมาย และยังไม่นับกูรูตามเพจต่างๆของเฟสบุ๊คอีกด้วย เกมนี้ถ้ามองกันตามเป็นจริงแล้วมันสามารถออกได้หลายหน้าเลยครับ ผลการแข่งขันสามารถออกได้ทุกรูปแบบ ขนาดเด็กหงส์ตัวพ่ออย่างผมยังไม่อาจไว้ใจในการไปเล่นที่ ซิตี้ออฟแมนเชสเตอร์ ได้เลย และแอบหวังเพียงแค่เสมอกลับมา หรือพ่ายแพ้ไม่เกินสองประตูก็ถือว่าสุดยอดมากแล้วในความคิดของผมตอนนั้น

แต่ก็กลับไปหวนคิดดู และด้วยความสัตย์จริง ผมกลับมานั่งย้อนดูแบบเต็มๆฟูลแมตช์ ระหว่าง ศึกดาร์บี้แมตช์ในเมืองแมนเชสเตอร์ที่พวกเขาทำการห้ำหั่นกัน พูดได้เลยนี่เป็นอีกหนึ่งเกมที่มีคุณภาพสูงจริงๆ เป็นการสู้กันด้วยแทคติกบวกกับความสามารถของนักเตะและเล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงไม่ว่าจะของผู้จัดการทีมและร่วมไปถึงตัวนักเตะเองอีกด้วยในเกมนี้

พอดูจบเกมในใจของผมนั้นไปกระแทกฝ่ามือทั้งสองข้างให้กับแทคติกที่สุดยอดของทีม โซเช มูรินโญ่ เป็นอย่างมาก จากการเสียถึงสองประตู แต่ก็ยังคงให้ลูกทีมเล่นแบบเดิมคือรัดกุมเข้าไว้ก่อน และฉกฉวยจังหวะในการเข้าทำ เก็บเรียบในจังหวะที่ได้ลูกพิเศษ(ลูกตั้งเตะหรือลูกลูกเซ็ทพีท)ลุกทีมของ มูรินโญ่ สามารถทำได้เป็นอย่างดีจากจังหวะเหล่านั้น และที่สำคัญ พวกเขาทั้งผู้จัดการทีมและลูกทีมต่างก็เชื่อมั่นในกันและกันจนหยดสุดท้ายจริงๆ

และหวนกลับมามองทีมตัวเอง ถ้าใครเป็นเด็กหงส์แดงจะรู้เลยว่านี่มันคือสัปดาห์นรกแตกมาก ขาดนักเตะตัวหลังอย่าง เอ็มเร่ ชาน ที่มีอาการบาดเจ็บที่บริเวณหลัง และคาดว่าน่าจะลงเล่นเกมสุดท้ายกับ ลิเวอร์พูล ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วในตอนนี้ รวมทั้ง อดัม ลัลลานา ที่มีอาการบาดเจ็บที่บริเวณขาหนีบ ก่อนหน้านี้ และอาจจะต้องพักรักษาอาการนี้ไปอีกสักระยะหนึ่ง และรวมถึง กัปตัน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่ดันมาติดโทษแบนจากเกมที่แล้วถูกใบเหลือง นี่แค่กองกลายในตำแหน่งมิดฟิลด์นะ ยังไม่รวมกองหลังอีกอย่าง โจ โกเมส และ โจเอล มาติป ที่เจ็บไปก่อนแล้วหน้านั้น เห็นรายชื่อแล้วไม่กุมขมับนี่ซิแปลกแท้

พอถึงเวลาการแข่งขันจริงๆ ทุกคนที่เป็นเด็กหงส์น่าจะพอทราบดีแล้วว่า ทีมเดอะเรดจะจัดชุดไหนลงสนาม เนื่องจากมีผู้เล่นอยู่ในมือเพียงแค่นั้น และก็เป็นไปตามที่หลายๆคนคาดเอาไว้ ก่อนเกมยอมรับเลยว่า ส่วนตัวผมเองก็ยังคงมองว่า เปป กวาร์ดีโอลา จะเลือกเจาะทางเจ้าหนู เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ อย่างแน่นอน และเชื่อว่าเจ้าตัวน่าจะเสกมนต์ตราคาถาปลุกจิตปลุกใจใส่ไปยังนักเตะหัวแก้วหัวแหวนอย่าง ลีรอย ซาเน่ อย่างเต็มที่แน่นอน

เริ่มเกมกลับไม่เป็นอย่างที่คิดในตอนแรก หลังพวกเขาได้ประตูขึ้นนำแบบงงๆของสาวกหงส์แดง จากจังหวะที่ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค น่าจะโดน ราฮีม สเตอร์ลิง ทำฟาวล์ใส่และเจ้าตัวไปหยุดเล่นจนเสียสมาธิเพราะคิดว่าตัวเองได้ฟาวล์ แต่ผู้ตัดสินกลับเฉยชาในจังหวะนั้น และทำให้ ซิตี้ ฉกฉวยจังหวะนั้นเอาประตูขึ้นนำไปอย่างรวดเร็ว

พอลูกแรกมาเร็วแบบนี้คุณเชื่อไหม ตัวผมมันเหมือนมีใครมาเดินเตะปลั๊กหลุดไปดื่อๆ ดับวูบไปเลยทีเดียว เพราะคิดว่าตลอดแล้วว่า จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งในเกมนี้ที่จะทำให้ แมนฯ ซิตี้ มีความหวังและพลิกกลับมาเอาชนะแบบนรกแตกได้นั้นคือการที่พวกเขาได้ประตูขึ้นนำแบบเร็วที่สุด และมันก็เกิดขึ้นกับในสิ่งที่ผมกลัวมากที่สุด

และต่อจากนั้นคงจะไม่ต้องพูดกันนะว่าอะไรเกิดขึ้นกับผมบ้าง นั่งไม่ติด กระสับกระสาย เกร็ง หงุดหงิด โมโห อารมณ์จะคล้ายๆกับตอนปวดหนักในขณะที่คุณขับรถอยู่ หรือนั่งรถ และติดไฟแดง ถึงจะเป็นแค่ไม่กี่วินาที แต่มันเหมือนนานเป็นภพเป็นชาติก็ว่าได้กระมั้ง ความรู้สึกเสียวท้องน้อยทุกครั้งที่ ผู้เล่น แมนฯ ซิตี้ ได้ลำเลียงจังหวะในการเข้าทำใส่ ผมกล้าพูดเลยหลายๆท่านน่าจะมีการคิดแบบผมว่า ‘แม่งตั้งรับ เหมือนรอโดนจริงๆ’ ใช่ครับ อย่างที่เรารู้ ทีมชุดนี้เป็นทีมที่มีประสิทธิภาพโคตรแนวรุกครับ ดูจากสถิติในการยิงประตูได้เลยในลีก ยิงไป 75 ประตู เป็นรองแค่ว่าที่แชมป์อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฮะอะไรนะ ว่าที่แชมป์อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เว้ย! แล้วมาตั้งรับกับทีมที่ยิงกระจุยในลีกที่กระสวกไปแล้วถึง 90 ประตู จากการลงเล่นเพียงแค่ 32 เกมเท่านั้นเนี้ยนะ บรรลัยเกิด!

และเมื่อคุณดูจากสถิติในการเสียประตูของทีมหงส์แดงในซีซั่นนี้ในลีก เสียไป 35 ประตู แหม่ม! เสียมากกว่าทีมอย่าง เบิร์นลีย์ ทีมอันดับที่ 7 เสียอีก โอ่แม่เจ้า คุณพระช่วยลูกช้างด้วย จะหาคาถามหาอุด หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ จ.นครสวรรค์ ก็เห็นจะไม่ทันแล้วจริงๆ เมื่อทีมต้องพบเจอกับสถานการณ์แบบนี้ เราคนเชียร์ก็คงต้องสวดภาวนาและส่งแรงเชียร์ไปก็เท่านั้น

ช่วงก่อนครึ่งชั่วโมงแรกของครึ่งแรกบอกเลยใจคอไม่ดีมันเสียวท้องน้อยไปหมด แต่ดูไปดูมาก็มาเก็ตกับแผนการที่แบบแยบยลของชายที่ชื่อว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ และแอบลุ้นให้ครึ่งแรกเป็นไปตามอย่างที่แผนของเขาได้เตรียมเอาไว้ และก็จบครึ่งแรกแบบชนิดที่เรียกว่า รอดไป! ส่วนตัวผมเองมองอย่างที่ เปป แก่บอกนะ ถ้ากรรมการให้ลูกที่ ซาเน่ ยิงเข้าเป็นประตู ผมเชื่อว่า การจบครึ่งแรกระหว่างสกอร์ 1-0 กับ 2-0 มันแตกต่างกันลิบลับเลยจริงๆ บรรยากาศในห้องแต่งตัวไม่ต้องพูดถึงนี่ขนาดทีมตามหลังแค่หนึ่งลูก เดยัน ลอฟเรน กองหลังองค์ลงที่คว้ารางวัล แมนออฟเดอะแมตช์ในเกมนี้ไปครองยังออกมาให้สัมภาษณ์หลังจบเกมนี้ถึงบรรยากาศในห้องแต่ตัวเลยว่า สีหน้าท่าทางของแต่ละคนมีความกดดันเข้าใส่เป็นอย่างมาก ไม่ค่อยมีใครพูดคุยกันมากนัก

“เอาจริงๆเลยนะ ผมตะโกนออกมานิดหน่อยในช่วงพักครึ่ง ปลุกเร้าทุกคนให้สู้เพราะเรายังทำไม่ดีพอ เราลงไปรับกันลึกไป คล็อปป์ ก็บอกผมยังขึ้นมาช่วยทีมไม่มากพอ เขาอยากให้ผมกับ เวอร์จิล ขึ้นมาช่วยผลักดันทีมมากกว่านี้และนั่นก็เป็นผลดีที่เกิดขึ้นช่วงครึ่งหลัง”

“เราต้องทำให้ดีกว่านี้ ช่วง 10-15 นาทีแรกมันไม่ดีเอาซะเลย เมื่อมองไปที่ครึ่งหลัง พวกเขามีโอกาส 2-3 ครั้งแต่ก็ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลเพราะเราคุมเกมไว้เรียบร้อยแล้ว”

และอย่างที่เห็นครับรูปเกมเปลี่ยนไปเริ่มดีขึ้น หงส์แดง เริ่มมีการเก็บบอล และเล่นกับบอลที่มากขึ้น และมีจังหวะในการเข้าทำประตูให้เห็นบ้างเช่นกัน อย่างที่ ลอฟเรน กล่าวไปครับ มีการปรับเปลี่ยนให้ทุกคนยืนสูงขึ้นไปและนั้นร่วมทั้งคู่เซ็นเตอร์ ไปด้วย และเลือกที่จะไม่ส่งบอลออกจากเท้าถ้าไม่ชัวร์ อย่างครึ่งเวลาแรกเราจะเห็นว่า ลูกทีมของ ป๋าคล็อปป์ ส่งบอลผิดพลาดเยอะมาก และนั้นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ ซิตี้ มีจังหวะในการโต้กลับที่มากขึ้น และสิ่งที่ทำให้ทุกอย่างเริ่มดีขึ้นคือการแก้เกมโดยสลับสับเปลี่ยนการยืมตำแหน่งของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ โดยการถ่าง บ๊อบบี้ ออกมาเล่นริมเส้น แล้วส่ง ซาลาห์ เข้าไปด้านใน เห้ย! มันได้ผลจริง การทะลุทะลวงของ คิง โม มีประโยชน์มากในแทคติกของครึ่งหลังนี้ครับ

การปรับหมากของชายที่ชื่อว่า คล็อปป์ ยังคงดำเนินต่อไป เปลี่ยนจากรับเต็มสูบไม่เน้นการเพรสซิ่งในครึ่งแรก ปรับเปลี่ยนในครึ่งหลังให้นักเตะได้ทุ่มพลังเอาในครึ่งแรกใช้มันให้หมดไปเลยในครึ่งหลัง และอย่างที่เราเห็นครับ เจมส์ มิลเนอร์ กลับมาวิ่งเป็นเด็กหนุ่มวัย 14 อีกครั้ง น้าแกวิ่งซะผมลืมอายุแกไปเลยจริงๆในครึ่งหลังนี้ และหัวใจในการเพรสซิ่งที่ขาดไม่ได้เลยนั้นก็คือ การวิ่งไล่บอลอย่างบ้าคลั่งของ บ๊อบบี้ ที่วิ่งไล่กดดันตั้งแต่แดนหน้า และเมื่อทำเสียลูกก็พร้อมที่จะวิ่งไล่ไปเอาลูกคืนมาให้ได้ในที่สุด

ก็อย่างที่เห็นครับ เมื่อมีการเพรสซิ่งหนักใส่ เรือใบ พวกเขาเกิดอาการแกว่งให้เห็นจริงๆครับ การกลับมาเล่นรูปแบบที่เรียกกันว่า เจอร์เก้น เพรสซิ่ง นั้นถูกเอามาใช้ในช่วงครึ่งเวลาหลัง และผมเชื่ออย่างสุดหัวใจว่านี้คือแผนที่ชายใส่แว่นคนนี้ได้วางเอาไว้แล้วก่อนเกมลงทำการแข่งขันอย่างแน่นอน

หวนกลับมาที่ความคิดส่วนตัวของผมอีกครั้ง การวางแผนเล่นแบบนี้มองเลยว่า โคตรเสี่ยงมาก ถ้า ซิตี้ ปลดล็อกได้คือแบบว่าพังแน่นอน และก็เป็นจริงที่พวกเขาได้ประตูขึ้นนำในช่วงต้นของเกม และดูเหมือนทุกอย่างจะตกไปอยู่ในมือของลูกทีมของ เปป กวาร์ดีโอลา แล้วเป็นที่เรียบร้อย ตอนแรกอย่างที่บอกไป ผมเอ๊ะใจมากว่าทำไมถึงไม่มีการเปลี่ยนแผน ทำไมยังเล่นตั้งรับเพื่อรอโดนอยู่นั้นแหละ และสุดท้ายก็พบคำตอบที่ว่า คล็อปป์ มั่นใจในตัวลูกทีมของเขาทุกคนครับ และนั้นคือสิ่งที่ผมไ้ดรับคำตอบมาจากคำถามในใจที่มีมาตลอดในช่วงครึ่งแรก

ชายคนนี้กล้ามาก กล้าทุกอย่าง กล้าที่จะเสี่ยง กล้าที่จะเล่นตามแบบแผนที่พวกเขาได้ฝึกซ้อมกันเอาไว้ เขารู้ดีว่า แมนฯ ซิตี้ จะมาในรูปแบบไหน หลังจากผลที่ตามหลังอยู่ถึง 3 ประตู และการมาเล่นที่นี่ มาเล่นในถิ่นของตัวเอง คล็อปป์ รู้ดีว่า เปป ต้องมาไม้ไหน และก็เป็นไปตามที่เขาคาดเอาไว้ เปป จัดแนวรุกชุดใหญ่ไฟกระพริบโหมกระหน่ำเข้าใส่ในทันทีที่เสียงนกหวีดเริ่มขึ้น แต่ คล็อปป์ เองก็เลือกที่จะใช้แทคติกเดิมในครึ่งแรก และพวกเขาทำได้ ถึงแม้จะถูกยิงไป 1 ลูก แต่มันก็เกิดจากความผิดพลาดส่วนบุคคล ไม่ใช่แทคติกที่คิดเอาไว้แต่อย่างใด

และเราก็มาได้ประตูปลดล็อกด้วยเช่นกัน ผมคงไม่ต้องไปอธิบายอะไรมากมายในจังหวะนี้ทุกอย่างมันเป็นความสามารถของ คิง โม จริงๆครับ เจ้าตัวมีจมูกและสัญชาตญาณของวิญญาณเพชฌฆาตในการถล่มประตูที่ถูกปลุกขึ้นมาจาก คล็อปป์ โดยแท้ และนั้นเป็นประตูที่ดับสนิทเกือบทุกอย่างแล้วจริงๆของทัพเรือใบสีฟ้า ถึงแม้เราจะมาได้ประตูชัยจาก บ๊อบบี้ เป็นการตอกย้ำถึงชัยชนะดดยแท้จริง

จุดเปลี่ยนที่สำคัญของเกมนี้หลักๆผมมองอยู่สองจุดครับ หนึ่งจังหวะที่ ซาเน่ ยิงเข้าแต่กรรมการไม่ให้ประตู และอีกจุดเปลี่ยนหนึ่งคือ เปป ถูกเชิญไปนั่งดูลูกทีมเล่นบนอัฒจันทร์ คุณลองคิดซิว่า เกมสำคัญๆแบบนี้ แต่ผู้จัดการทีมนายใหญ่ไม่อยู่ข้างสนามในการกระตุ่นลูกทีม หรือปรับเปลี่ยนแทคติกเล็กแทคติกน้อยอยู่ข้างสนาม เมื่อลูกทีมมองไปเห็นเพียงแค่ผู้ช่วยและทีมงานสต๊าฟ ใจมันหายไปอย่างไม่ต้องสงสัยเป็นแน่แท้ครับ

และยิ่งไปกว่านั้น การพ่ายแพ้ของ เปป กวาร์ดิโอลา ในครั้งนี้มันยิ่งกลับไปตอกย้ำเจ้าตัวอีกแล้วว่า ชายที่ชื่อว่า เจอร์เกน คล็อปป์ คือกุนซือที่ฟ้าประทานส่งลงมาให้เป็นคู่แข่งโดยแท้ของเขา และเป็นคนที่เขาพ่ายแพ้มากที่สุดแล้วในตอนนี้ถึง 8 ครั้งเขาไปแล้ว และ 3 เกมที่เจอกันนั้น เขาถูกพังตาข่ายไปแล้วถึง 9 ลูกในฤดูกาลเดียว และเป็นผู้จัดการทีมคนเดียวที่สามารถทำร้ายเขาได้ถึงเพียงนี้

สุดท้ายทุกอย่างเราก็ต้องยกความดีความชอบให้กับทุกๆคน ทั้งผู้เล่น และผู้จัดการทีม ทีมงานสต๊าฟ และทีมงานต่างๆที่รวมแรงร่วมใจกันทำให้ ลิเวอร์พูล มาถึงจุดนี้ได้ ด้วยความสัตย์จริง(อีกครั้ง)ก่อนหน้านี้ผมเองพอใจมากแล้วที่ คล็อปป์ สามารถพาทีมหงส์แดงกลับมาโลดแล่นในเวทีใหญ่ในยุโรปแบบนี้ และพอใจมากแล้วที่ทีมสามารถผ่านรอบแบ่งกลุ่มมาได้ และตอนนี้ก็มาผ่านรอบ 8 ทีมสุดท้ายมาได้ มันเป็นเหมือนฝันเลยจริงๆครับ สำหรับผมแล้วการจะได้แชมป์หรือไม่ได้แชมป์ในโทฟี่นี้ การเข้ารอบต่อไปมันเปรียบสเหมือนเป็นโบนัสของผมแล้วล่ะครับ และเห็นการพัฒนาของทีมในตอนนี้ทำให้ผมเองกลับนึกย้อนกัลไปถึงช่วงจังหวะครั้งแรกของขายผู้นี่ที่เข้ามารับงานคุมทีม ลิเวอร์พูล ในการให้สัมภาษณ์ครั้งแรก

“ชัยชนะเป็นสิ่งสำคัญ แต่มันขึ้นกับว่าเราชนะแบบไหนและเกมการเล่นเป็นอย่างไร ผมเชื่อว่า ความเร็ว, ความแข็งแกร่ง และเต็มไปด้วยอารมณ์ คือ ปรัชญาฟุตบอลในแบบของผม ทีมของผมต้องเล่นแบบบดขยี้และใส่เต็มที่ในทุกนาที ซึ่งมันจะสะท้อนต่อปรัชญาของเรา และแน่นอนว่าแท็กติกคือหัวใจสำคัญ และที่สำคัญที่สุด ประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่สวยงาม แต่ก็เอาไว้ได้แค่จดจำเพียงเท่านั้น และตอนนี้มันก็ถึงเวลาที่เราจะต้องมาเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่แบบฉบับใหม่ของเราร่วมกัน ตามที่เราต้องการกันแล้ว”

ผมเองยืนยันมาตลอดว่า ไม่ว่าจะได้แชมป์หรือไม่ต่อจากนี้ ทีมจะออกไปในทิศทางแบบไหน ไม่ว่าบางช่วงทีมจะตกต่ำไปเพียงใด สำหรับผมแล้ว ชายคนนี้คือ เนื้อคู่ของสโมสร ชายคนนี้คือ ส่วนที่ขาดหายไปสำหรับการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของสโมสร ชายคนนี้คือ คนที่เป็นคนที่มีพลังที่สามารถปลุกเครื่องจักรสีแดงให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง ชายคนนี้คือ คนที่ใช่สำหรับสโมสรแห่งนี้ และชายคนนี้คนที่ชื่อ เจอร์เกน คล็อปป์ คือ บุพเพสันนิวาส ของ สโมสร ลิเวอร์พูล ครับผม

อ่านบทความฟุตบอลอื่นๆได้เลยที่ https://bit.ly/2H4RWMH

Check Also

MM88FC แทงบอล แทงบอลออนไลน์ พนันบอลออนไลน์ ดีที่สุด มั่นคง ปลอดภัย 100%

99.99 % บุรีรัมย์ จ่อแชมป์! ลุ้นบทสรุปโค้งสุดท้าย ไทยลีก 2018

99.99 % บุรีรัมย์ จ่อแชมป์! ลุ้นบทสรุปโค้งสุดท้าย ไทยลีก 2018 ฟุตบอลโตโยต้าไทยลีก 2018 เดินทางถึงโค้งสุดท้ายแล้ว เหลือเพียง 4 นัดเทานั้นการแข่งขันลีกสูงสุดของไทยในปี 2561 ก็จะรูดม่านปิดฉากลง …