Chat with us, powered by LiveChat
Login ทางเข้าเล่น mm88bet

This Is Anfield สังเวียนเหย้าฝันร้ายของผู้มาเยือน

แทงบอลออนไลน์

This is Anfield สังเวียนเหย้าฝันร้ายของผู้มาเยือน

This is Anfield เกมที่ผ่านมากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บอกได้เลยว่าเป็นเกมที่พิสูจน์อะไรได้หลายๆอย่างจริงๆแบบไม่ต้องสงสัยเลยครับ ก่อนเริ่มเกมมีการวิตกกังวลไปหลายต่อหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นในแผงมิดฟิลด์ที่ไร้ซึ่ง เอ็มเร่ ชาน ตัวคุมจังหวะในแดนกลางที่ถือว่าโดดเด่นที่สุดแล้วในเวลานี้ของทัพ หงส์แดง ในซีซั่นนี้

เจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บที่บริเวณหลังรบกวนในเกมที่ ลิเวอร์พูล ไล่ถล่ม วัตฟอร์ด ไป 5-0 ในช่วงก่อนสัปดาห์ของทีมชาติ และมีรายชื่อถูกเรียกติดทีมชาติเยอรมันไปร่วมทีมด้วย แต่อาการบาดเจ็บก็ยังไม่สามารถถูกสลัดทิ้งออกไปได้ จนตอนนี้ ชาน ไม่สามารถกลับมาลงสนามฝึกซ้อมกับทีมต้นสังกัดได้เลย

หลังศูนย์เสียมิดฟิลด์คนสำคัญไปแล้วก่อนหน้านี้ ข่าวร้ายที่ตามมาคือ การปิดเทอมใหญ่ของ โจเอล มาติป คู่หูเซ็นเตอร์ของ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณที่ต้นขาจนคาดว่าน่าจะเข้ารับการผ่าตัดเพื่อรักษาอากรบาดเจ็บที่บริเวณนั้น

นับเป็นข่าวร้ายสองชั้นเลยทีเดียวก่อนเกมลงทำการแข่งขัน แต่ด้วยแทคติกและคุณภาพของลูกทีม เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมคนเก่ง สามารถอุดรอยรั่วนั้นได้เป็นอย่างดีในเกมนี้ และโชว์ให้เห็นถึงกึ๋นอันเลื่องชื่อลือชาไปทั่วพระนครว่า เขาเป็นอีกหนึ่งกุนซือบนโลกกลมๆใบนี้ที่เก่งการเล่นเกมสองเลกที่สุดคนหนึ่งเช่นกัน

ก่อนเกมนี้ทุกคนหวังเป็นอย่างยิ่งให้ นาแทเนียล ไคลน์ แบ็คขวาที่กลับมาจากอาการบาดเจ็บลงตัวจริงเลยได้ไหม หลังจากเจ้าตัวลงสนามซ้อมเรียกจังหวะ และสภาพความฟิตมาเป็นเดือนๆแล้วที่ผ่านมา เพราะรู้ดีว่า เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ คือจุดอ่อนที่ทาง เปป กวาร์ดีโอลา ต้องเลือกใช้ในการบุกเจาะเข้าโจมตีเป็นแน่นอน

และก็เป็นแบบนั้นจริงๆอย่างที่หลายๆท่านคิดเอาไว้ก่อนเกม เลรอย ซาเน่ เดินหน้าหวังบุกทะลุทะลวงเข้าโจมตีในพื้นที่ในตำแหน่งนั้นตั้งแต่วินาทีแรกของการแข่งขัน แต่คุณค๊า! เปป รู้ ทำไม คิง คล็อปป์ ถึงจะไม่รู้จุดอ่อนอันนั้น เขาได้มีการติวเข้มและปรับเปลี่ยนจุดอ่อนให้เป็นจุดที่แข็งที่สุดเลยก็ว่าได้ในตำแหน่งแนวรับ ทำให้ อาร์โนลด์ โชว์ฟอร์มออกมาอย่างที่เราได้เห็นกันที่ผ่านมา เจ้าตัวดักจับ สกัด เคลียร์ทุกช่องทาง เรียกได้ว่า ซาเน่ เก่งแค่ไหน เขาจะต้องเก่งไปมากกว่าให้ได้ในเกมนี้ และท้ายที่สุดก็ทำได้ และคว้าตำแหน่ง แมนออฟเดอะแมตช์ ไปครอบครองในเกมนี้ในท้ายที่สุด

บทสรุปผลการแข่งขันผมจะไม่ขอพูดถึง เพราะเชื่อว่าทุกท่านน่าจะทราบและอ่านมาเยอะแล้วที่ผ่านมา แต่ผมอยากจะขอพูดถึง คีย์แมน ในสายตาของผมในเกมนี้มีสองคนนั้นคือ เจมส์ มิลเนอร์ และ อเล็กซ์ ออกซ์เลด เชมเบอร์ลิน ครับผม ส่วนตัวเลือกยากมากถ้าจะยกใครเป็นหนึ่งในคีย์แมนคนสำคัญในเกมนี้ของผม เพราะทั้งคู่เล่นกันได้ดีเป็นอย่างมาก ส่วนตัวชื่นชอบ น้ามิลเนอร์ เป็นอย่างมากในเกมนี้ เขาวิ่งเหมือนว่าอายุมันเป็นเพียงแค่ตัวเลขจริงๆ แอบเสียใจที่ไม่ได้ย้ายมาร่วมทีมกันก่อนหน้านี้ เจ้าตัวในวัย 32 ปี ถือว่า เป็นหัวใจสำคัญมากในการวิ่งไล่ กดดัน เข้าสกัด ผ่านบอล ตัดบอล แบบไม่มีหมดจริงๆในเกมนี้ เรียกได้ว่า หน้าแดง แต่ออกแรกชิปหายครับผม55555

และผู้เล่นที่ผมชอบที่สุดในเกมนี้ก็คือ อเล็กซ์ ออกซ์เลด เชมเบอร์ลิน เมื่อนึกถึงลูกยิงของเขา ผมนี่ขนลุกทุกที (ไม่ใช่ปวดคลี่นะครับ) แต่ขนลุกเพราะลูกนี้น่าจะเป็นลูกเปลี่ยนโมแมนตันของทีมอย่างแท้จริง และจากลูกนี้ทำให้ทีมเล่นง่ายยิ่งขึ้นจนทำให้บุกกดดันหลายจังหวะจนได้ประตูที่ 3 ตามมา

ส่วนตัวเรามักจะไม่ค่อยเห็นมากนักกับจังหวะการทำประตูนอกกรอบ หรือยิงประตูไกล คนสุดท้ายที่ผมคิดว่า เจ๋งสุด ในทีมตอนนี้ก็คือคนที่ถูกดึงขึ้นยานแม่ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา และนั้นทำให้ทีมขาดทีเด็ดทีขาด และลดประสิทธิภาพในการลุ้นประตูนอกกรอบพื้นที่ไปเลยก็ว่าได้

แต่ ดิออกซ์ กลับทำให้ตัวผมนั้นเริ่มที่จะมีความหวังที่มากขึ้นในอาวุธที่เคยเป็นอาวุธหนักของทีมจากการยิงประตูจากแถวสองนี้มาก่อน ก็อย่างที่บอกไปครับ คนสุดท้ายก็ขึ้นยานไปแล้ว หลังจากนั้นก็ไม่สามารถฝากผีฝากไข้กับนักเตะคนใดได้เลยในการยิงประตูไกลแบบนี้ แต่ตอนนี้ เจ้าหนุ่มคนที่ถูกกุนซือเก่าตราหน้าว่า ฟอร์มไม่ถึงขั้นบ้าง คงเก่งได้แค่นี้แล้ว ไม่สามารถพัฒนาไปได้ไกลเกินกว่าการอยู่ที่เดิมที่เขาเคยมาหรอก แต่เอาเข้าจริง เห้ย! นายกลับตอกหน้าคำวิจารณ์ด้วยผลงานที่ผ่านมากับ ลิเวอร์พูล เลยจริงๆ แต่จะกระท่อนกระแท่นไปบ้างในตอนแรกที่มา แต่ตอนนี้ ในตำแหน่งแนวรุก เขาคือนายด่านทะลวงฟันชั้นดีของทีมเช่นกันครับผม

หงส์แดง ในฤดูกาลนี้ยามเล่นที่ แอนฟิลด์ นั้นแข็งแกร่งแบบสุดๆ ถ้าไม่นับเกมที่พ่าย เวสต์บรอมวิช อัลเบียน 2-3 ตกรอบ 4 ฟุตบอลเอฟเอ คัพ ที่ผ่านมา ในฤดูกาลนี้ พวกเขาคือว่าได้สร้างสนามให้เป็นนรกทีมเยือนไปแล้วจริงๆ ว่าที่แชมป์ คือคำตอบและข้อเท็จจริงในเรื่องที่ว่าอย่างแท้จริงครับ ซิตี้ มาเยือนที่นี่ในฤดูกาลนี้ 2 เกม โดยไปแล้ว 7 ประตู และครั้งที่ 2 ที่มาที่นี่กลับออกไปแบบไม่มีอะไรเลยในมือของพวกเขา

อย่างที่เรารู้ๆกัน ถ้าโลกไม่ถล่ม แผ่นดินไม่สลายไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คือ แชมป์พรีเมียร์ลีกแน่นอนแล้วในฤดูกาลนี้โดยแน่แท้ครับ และว่าที่แชมป์ ไม่แพ้ใครเลย นอกจาก หงส์แดง เท่านั้นในฤดูกาลนี้ และการไม่แพ้ใครเลยในลีก แต่ต้องมาราบคาบที่สนาม แอนฟิลด์ แห่งนี้เป็นครั้งแรกของพวกเขา และคาดว่าน่าจะเป็นครั้งเดียวในซีซั่นนี้นะครับ

และส่วนสำคัญที่ทำให้สนามแห่งนี้กลายเป็นนรกของทีมเยือนก็คือ แฟนบอล เดอะค็อป นั้นเอง แต่สำหรับคนที่ปลุกจิตวิญญาณของ เดอะ ค็อป เหล่านี้แหละเป็นใคร ถ้าจะไม่ใช้คนที่ชื่อ เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่เฮฟวี่เมทัลผู้นี่

“ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่มีกองเชียร์ที่ไม่เหมือนใคร และแอนฟิลด์เป็นสังเวียนเหย้าที่เป็นที่รู้จักสำหรับทั่วโลก และบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมเหลือเชื่อ ผมต้องการสร้างความสัมพันธ์อันยิ่งใหญ่กับกองเชียร์เหล่านี้ และมอบความทรงจำต่างๆ ให้พวกเขาได้จดจำ ผมหวังว่า เราจะสามารถมอบพลังให้กันและกัน และนั่นจะทำให้เราได้เดินทางเส้นนี้ไปพร้อมกัน”

นั้นคือบทสัมภาษณ์แรกที่นายใหญ่วัย 50 ปี ได้กล่าวเอาไว้ในครั้งแรกที่เขาได้เข้ามารับหน้าที่เป็นผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล เจ้าตัวมักจะย้ำเสมอถึงการเชียร์ของทีมว่าสามารถช่วยผลักดันเขาและลูกทีมของเขาได้มากเพียงใด และยังเป็นผู้เล่นคนที่ 12 ของทีมเขาอีกด้วย

“เหตุการณ์เกี่ยวกับรถบัสเข้าสนามไม่ได้มีผลอะไรกับเรา ไม่แม้แต่น้อย เราเคยเจอเรื่องแบบนี้มาแล้วนักต่อนัก แค่นี้มันจะไม่มีผลกระทบอะไรต่อพวกเราอย่างแน่นอน” นี่คือคำพูดของ กัปตันทีมอย่าง แว็งซ็องต์ กอมปานี ที่พูดถึง กรณีเหตุการณ์ของแฟนบอล ลิเวอร์พูล ต้อนรับก่อนเกมใส่พวกเขาที่หน้าสนาม แอนฟิลด์ ในเกมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

ผมคนหนึ่งแหละที่เชื่อว่า พลังจากสิ่งๆนี้น่าจะช่วยเสริมให้สโมสร ลิเวอร์พูล นั้นแข็งแกร่งมากขึ้น หงส์แดง ถูกพูดถึงมาแล้วเรื่องกองเชียร์ที่เรียกตัวเองว่า เดอะ ค็อป ว่าเป็นหนึ่งในบรรดากองเชียร์ที่สุดยอดที่สุดในโลกเช่นกัน และการมาเยือนที่นี่ ที่แห่งนี้มักจะไม่ใช่เรื่องที่ง่ายต่อการรับมือด้วยเลยจริงๆ

นอกสนามว่าเจ๋งแล้ว ในสนามกลับโคตรเจ๋งยิ่งกว่า นักเตะที่เคยมาเล่นที่นี่กลับบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ขนลุกทุกครั้งที่เสียงเพลง You’ll Never Walk Alone ดังขึ้นก่อนเกม และดังกระหึ่มอีกครั้งหลังก่อนจบเกม ไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาในรูปแบบไหน ไม่ว่าทีมจะเล่นไม่ดีในเกมนั้นยังไง ไม่ว่าจะมีน้ำตาแอบแก้มจากความพ่ายแพ้เพียงใด เสียงร้องที่ดังกึกก้องกังวานนั้นที่เปร่งออกมาอย่างสุดใจ และทำให้เชื่อตลอดมาว่าด้วยเนื้อที่ที่พวกเขาร้องนั้น พวกเขาจะไม่มีวันทำให้ทีมนี้ เดินอย่างเดียวดาย แน่นอนครับ #YNWA.

 

อ่านบทความฟุตบอลอื่นๆได้เลยที่ https://bit.ly/2H4RWMH

Check Also

MM88FC แทงบอล แทงบอลออนไลน์ พนันบอลออนไลน์ ดีที่สุด มั่นคง ปลอดภัย 100%

99.99 % บุรีรัมย์ จ่อแชมป์! ลุ้นบทสรุปโค้งสุดท้าย ไทยลีก 2018

99.99 % บุรีรัมย์ จ่อแชมป์! ลุ้นบทสรุปโค้งสุดท้าย ไทยลีก 2018 ฟุตบอลโตโยต้าไทยลีก 2018 เดินทางถึงโค้งสุดท้ายแล้ว เหลือเพียง 4 นัดเทานั้นการแข่งขันลีกสูงสุดของไทยในปี 2561 ก็จะรูดม่านปิดฉากลง …