Chat with us, powered by LiveChat
Login ทางเข้าเล่น mm88bet

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ The Egyptian King

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ The Egyptian King

เห็นทีไม่เขียนถึงก็จะกระไรอยู่นะ ออเจ้า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เนี้ย ช่างเปร่งประกายแสงจนแสบตาหม่อมฉันยิ่งนัก ไม่ใช่แค่เพียงเด็กหงส์ที่กำลังกู่ร้องแบบกึกก้องในฟอร์มอันที่ร้อนแรงของเจ้าตัวขนาดนี้ ความร้อนแรงในฟอร์มการเล่นของเจ้าตัวแบบปรอทแตก ได้แพร่กระจายไปถึงกองเชียร์ของทีมร่วมลีกให้ขนหัวรุกสู่ไปด้วยเช่นกัน (แต่คงไม่ใช่กับเด็กผีแดง เพราะพวกเขาได้ห้อยพระอาจารย์ ยัง ณ ปุณโณ เอาไว้ที่คอหอยเอาไว้แล้วนั่นเอง)

ฟอร์มการเล่นที่ถือว่าประจักษ์ต่อสายตาสาธารณชนในตอนนี้ถือว่า ยอดเยี่ยมกระเทียมดองจริงๆ ถ้าจะเทียบกับ 5 ลีกดังของยุโรปในเวลานี้ เจ้าตัวระเบิดฟอร์มและถล่มประตูแบบชนิดที่เรียกได้ว่ากองหน้าอาชีพยังต้องอายเลยก็ว่าได้ เอ้า!พูดขนาดนี้อาจจะยังไม่เห็นภาพ เลยต้องเอาสถิติในการยิงประตูของนักเตะใน 5 ลีกดังยุโรป จากการยิงประตูทุกถ้วยทุกรายการของ Opta มาเปิดเผยกันสักหน่อยแล้วกัน

  • โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ลิเวอร์พูล 36 ประตู
  • แฮร์รี เคน สเปอร์ส 35 ประตู
  • ลิโอเนล เมสซี จาก บาร์เซโลน่า 34 ประตู
  • ชิโร่ อิมโมบิเล่ จาก ลาซีโอ 34 ประตู
  • เอดินสัน คาวานี่ จาก เปแอสเซ 33 ประตู
  • คริสเตียโน โรนัลโด จาก เรอัล มาดริด 33 ประตู
  • โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ จาก บาเยิร์นมิวนิก 32 ประตู
  • เซร์คิโอ กุน อเกวโร จาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 30 ประตู
  • และรั้งท้ายด้วยนักเตะที่ค่า(ฉีกสัญญา)ตัวแพงที่สุดในโลกอย่าง เนย์มาร์ จาก เปแอสเช 28 ประตู

ก็นั้นแหละอย่างที่เห็นกันครับ ฟอร์มขนาดนี้ ร้อนแรงขนาดนี้ ยิงจนคู่แข่งต้องร้องขอชีวิตขนาดนี้ เจ้าตัวเป็นปีกโดยธรรมชาติอย่างแท้จริง เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อในบ้านเกิดที่ประเทศอียิปต์แล้วว่า เคยถูกจับไปเล่นในตำแหน่งกองหน้าเหมือนกันในตอนที่เขาอยู่เยาวชน แต่ก็ไม่สามารถโชว์ฝีเท้าได้ดีเท่าไหร่ เนื่องจากเขาเป็นคนที่รูปร่างเล็ก ในการปะทะกับกองหลังฝั่งตรงข้ามยิ่งมีปัญหาไปใหญ่ จนกระทั้งถูกจับมาเล่นในตำแหน่งปีขวา ตอนนั้นเจ้าตัวเคยบอกกับทีมๆร่วมทีมว่า เขาชอบที่เล่นเล่นในตำแหน่งปีกซ้ายมากกว่า เพราะเป็นคนที่ถนัดในเท้าซ้าย

แต่เมื่อเจ้าตัวย้ายเข้ามาสู่ เอล โมคาวลูน สโมสรในพรีเมียร์ลีกอียิปต์ เจ้าตัวกลับแจ้งเกิดในตำแหน่งผู้เล่นทางด้านกราบขวา และสามารถทำได้ดีด้วยในตำแหน่งนี้ และก็ยึดตำแหน่งปีกขวามาโดยตลอดจนถึงตอนนี้ แต่มีบ่อยครั้งที่ตอนเขาย้ายไปยัง เอเอส โรม่า ก็ถูกจับให้เล่นในตำแหน่งปีกซ้ายอยู่บ่อยเช่นกัน

การลงเล่นให้กับสโมสรที่ผ่านๆมาของ คิง อียิปต์ รายนี้ ถือว่าเขาคือนักเตะที่โดดเด่นเรื่องความเร็วมาตลอด ตั้งแต่สมัยที่เขาแจ้งเกิดกับทาง เอฟซี บาเซิล แล้ว จนทำให้มีข่าวว่า หงส์แดง ลิเวอร์พูล ในยุค เบรนดัน ร็อดเจอส์ เป็นกุนซือ ต้องการอยากที่จะคว้าตัวเขาไปร่วมทีม แต่ด้วยเรื่องค่าตัวที่ทั้งสองสโมสรไม่สามารถตกลงกันได้ และทำให้ เชลซี คว้าตัวเขาไปร่วมทีมแทน หลังจาก โชเซ มูรินโญ ยกหูโทรศัพท์ต่อสายตรงเพื่อโน้มน้าวเขามายังถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในฤดูกาล 2014-15

“ลิเวอร์พูล ต้องการตัวผมเป็นอย่างมาก ผมเองก็เฝ้ารอพวกเขาอยู่เช่นกัน แต่พวกเขาใช้เวลาที่นานเกินในการเจรจา และทาง บาเซิล เองก็เริ่มที่จะไม่อยากขายผมออกไปแล้วในตอนนั้น แต่เป็น เชลซี ที่ได้ติดต่อเข้ามาที่ตัวแทนของผม และต่อสายให้ผมพูดคุยกับทาง โชเซ มูรินโญ และทุกๆอย่างก็เปลี่ยนแปลงไป” ซาลาห์ กล่าวหลังจากที่เขาจรดปากกากับทาง สิงห์บูล เป็นที่เรียบร้อย

แต่การย้ายไปที่ลอนดอนกลับไม่ได้เป็นผลดีกับเขาเลยในตอนนั้น เจ้าตัวกระเสือกกระสนในการลงสนามภายใต้การคุมทีมของ โชเซ มูรินโญ เป็นอย่างมาก และลงสนามไปเพียงแค่ 19 เกม ยิงไป 2 ประตู จาก 2 ฤดูกาล และนั้นก็เป็นเหตุให้เจ้าตัวเป็นอันต้องระเห็ดระเหินถูกยืมตัวไปที่ ฟีออเรนตีนา ในฤดูกาล 2014–15 เจ้าตัวทำผลงานถือว่าใช้ได้เลยในการลงสนามช่วยต้นสังกัดม่วงมหากาฬไป 26 นัด ยิงไป 9 ประตู และฟอร์มการเล่นในฤดูกาลนี้ไปเตะตาเข้าใส่รูดิ การ์เซีย กุนซือ หมาป่า โรม่า อยู่ในขณะนั้น จนทำให้ต้องทำเรื่องขอยืมตัวเขาจาก เชลซี มาใช้งาน 1 ฤดูกาล

การย้ายมาร่วมทีม โรม่า ในครั้งนี้ ภายใต้การคุมทีมของ รูดิ การ์เซีย ในฤดูกาล 2015–2016 เจ้าตัวตอบแทนผลงานจากการไว้ใจของนายใหญ่ด้วยการที่เขาถูกส่งลงสนามอย่างต่อเนื่องใน 42 เกมจากทุกรายการ และยิงไปถึง 15 และว่าเป็นสถิติที่ดีขึ้นเรื่อยๆของเจ้าตัว และเริ่มฉายแสงอีกครั้งในฤดูกาล 2016-17 ถึงแม้จะไม่ใช่โค้ชคนเก่าแล้ว เจ้าตัวก็ยังคงทำผลงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆและเป็นตัวหลักในแนวรุกของหมาป่าแห่งกรุงโรมมาตลอดกับผู้จัดการคนใหม่อย่าง ลูเซียโน่ สปัลเล็ตติ จากการลงสนามไป 41 เกมการแข่งขัน และยิงไปได้ถึง 19 ประตู และนั้นทำให้ฟอร์มที่ร้อนแรงแบบนั้นโดนใจผู้จัดการทีมเฮฟวี่เมทัลอย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ของ ลิเวอร์พูล จนต้องทุ่มเงินจำนวน 36.9 ล้านปอนด์ เพื่อคว้าตัวเขามาร่วมทีม

และเจ้าตัวก็ตอบแทนความไว้เนื้อเชื่อใจของนายใหญ่ในถิ่นแอนฟิลด์ ได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกเริ่มนี้เลยในทันที มันเป็นเหมือนความฝันในวัยเด็กของเจ้าตัวอยู่แล้วในการย้ายมาที่ ลิเวอร์พูล สโมสรที่เขาใฝ่ฝันอยากที่จะย้ายมาร่วมทีมเสมอเมื่อเขาเป็นนักเตะอาชีพ และการเล่นกับสโมสรที่รัก และเจ้านายที่ไว้เนื้อเชื่อใจเขา และเพื่อนๆร่วมทีมที่มีองค์ประกอบครบถ้วน จากจุดนี้ ทำให้เจ้าตัวสามารถที่จะระเบิดฟอร์มออกมาได้อย่างนี้เราเห็นในตอนนี้

เจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อ LiverpoolFC ของสโมสรถึงการยิงประตูที่มากมายขนาดนี้ของเขา มันจะไม่ดีขนาดนี้ ถ้าองค์ประกอบของเพื่อนๆร่วมทีม และการถูกปรับปรุงในตำแหน่งที่ยืนของเขาจากโค้ช

“โค้ชบอกให้ผมนั้นเขยิบเข้าไปในกรอบเขตโทษที่มากขึ้น หลังจากที่ผมเพิ่งจะย้ายเข้ามาสู่สโมสรไม่กี่วัน เขาได้กางแผนงานของเขาพร้อมโปรแจคต่างๆให้ผมดู และบอกแผนการที่ผมควรจะเล่นยังไงภายใต้การทำงานร่วมกับเขา”

“ผมมีโอกาสยืนในตำแหน่งที่ลึกเข้าไปในเขตโทษมากกว่าทุกครั้งและมากกว่าทุกๆสโมสรที่ผมเคยลงเล่นด้วย และมันก็ออกมาได้ผล ผมยิงประตูได้มาก แต่นั้นแหละ ผมจะไม่สามารถยิงประตูได้เยอะขนาดนี้ได้เลย ถ้าปราศจากเพื่อนร่วมทีมรอบข้างของผม”

และในเกมที่ไล่ยำ วัตฟอร์ด มาหมาดๆเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมานี้ ด้วยการคว้าชัยไปถึง 5-0 และพาทีมกลับขึ้นไปอยู่ในอันดับที่สาม ตามหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เป็นอันดับ 2 อยู่ 65 แต้ม และจากในค่ำคืนที่ผ่านมาเจ้าตัวได้ขีดเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของสโมสร ลิเวอร์พูล ไปแล้วในตอนนี้

คิง โม ยิงไปแล้วจากทุกถ้วยทุกรายการ 36 ประตู ในฤดูกาลแรกนี้กับทางหงส์แดง ทำลายสถิติเดิมที่ทาง เฟร์นันโด ตอร์เรส ได้ทำเอาไว้ก่อนหน้านี้ในฤดูกาลที่ 2007-08 จากการยิงไป 33 ประตู และเป็นนักเตะ ลิเวอร์พูล ที่สามารถยิงแฮตทริกได้ในพรีเมียร์ลีกนับตั้งแต่ หลุยส์ ซัวเรซ ย้ายออกไป

  • 22 มีนาคม 2014: หลุยส์ ซัวเรซ vs Cardiff
  • 17 มีนาคม 2018: โมฮาเหม็ด ซาลาห์ vs Watford

และกำลังจะกลายเป็น นักเตะจากทวีปแอฟริกาที่กำลังจะทำลายสถิติในการยิงประตูสูงสุดในพรีเมียร์ลีกอังกฤษที่ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ได้ทำไว้ที่ 29 ประตู (ในฤดูกาล 2009-10 กับทาง เชลซี) และตอนนี้เหลืออีก 7 เกม ที่ โม ซาลาห์ ยิงเพิ่มอีกเพียง 2 ประตูก็จะสามารถพังสถิตินี้ลงได้เป็นที่เรียบร้อย

เจ้าตัวถูกนับเป็นนักเตะในตำแหน่งปีกที่มีการยิงประตูที่มากที่สุดแล้วในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกอังกฤษที่เคยมีมา และสถิติที่พูดไปเนี้ย ขอบอกยังไม่จบลงเพียงแค่นี้ เพราะเนื่องจากฤดูกาลยังคงไม่สิ้นสุดลง เจ้าตัวยังสามารถที่จะวาดสถิติใหม่ลงไปในหน้าหนังสือตลอดชีวิตในการค้าแข้งให้กับ ลิเวอร์พูล ต่อไป

หลังจบเกมมีบทสัมภาษณ์ของกูรู และบรรดาอดีตนักเตะ และนักวิจารณ์หลายๆท่านพูดถึงฟอร์มการเล่นของเจาตัวที่เพิ่งระเบิดออกมาในเกมกับ วัตฟอร์ด ต่างๆนาๆ แต่ผมโคตรชอบของ สตีเวน เจอร์ราร์ด เลยที่เขาให้สัมภาษณ์กับทาง BT Sport มาก เจ้าตัวพูดถึงฟอร์มของรุ่นน้องในทีมว่า

“มันยากที่จะหาคำอะไรใหม่ๆมาพูดเกี่ยวกับการเล่นของเขาในวันนี้ ทุกคนกำลังเพลิดเพลินไปกับการเล่นของเขา และถูกต้อง ดังนั้นผมคิดว่าเรากำลังร่วมกันเป็นสักขีพยานในการเริ่มต้นในความยิ่งใหญ่สำหรับเขา” เจอร์ราร์ด กล่าว

“วันนี้มันเป็นวันของ โม ซาลาห์ มันถูกต้องที่สุด แต่เราก็จะต้องไม่ลืมว่าที่เขาทำได้ดีในวันนี้มาจากทุกคนในทีมที่ดีเช่นกัน”

“ซาลาห์ เขาคือระดับโลก วัตฟอร์ด ไม่สามารถหยุดเขาได้เลยจริงๆ”

จากประโยคที่ลูกพี่เจิดได้พูดว่า “เราทุกคนในทีนี่กำลังร่วมกันเป็นสักขีพยานในการเริ่มต้นในความยิ่งใหญ่สำหรับเขา” แม่งขนลุกแบบสุดๆ คิดเลยว่า ถ้าหมอนี่อยู่อีก 2-3 ปี แล้วพา หงส์แดง เถลิงแชมป์จากที่ร้างลามานานแสนนานได้ล่ะเพี้ยนเอ่ย ไม่อยากจะคิดจริงๆว่า เดอะค็อป ชาวไทยละเทศจะฉลองกันสามวันสามคืนก็คงจะไม่หยุดฉลองโดยแน่นอน

จากนี้ คงต้องมาติดตามกันอย่างใกล้ชิดเลยว่า โม ซาลาห์ จะทุบสถิติต่างๆ และคว้ารางวัลรองเท้าทองคำ หรือ ผู้เล่นยอดเยี่ยมมาครองได้หรือไม่ ซึ่งพวกเราแฟนๆหงส์แดง แต่ละคนคงเอาใจช่วยอยู่แล้วคงไม่ต่องบอกกล่าวกันไปถึงเรืองนี้ และความคิดความอ่านของหมอนี่ก็ดูจะดีไปเหมือนฟอร์มการเล่นเช่นกัน หลังจบเกม ซาลาห์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อในบางช่วงว่า เขาไม่ได้สนใจว่าเขาจะต้องยิงประตูเพื่อเป็นดาวซัลโวหรือไม่ แต่เขายิงประตูเพื่อพาทีมคว้าชัย และสามคะแนน

“ในแต่ละเกม เราพยายามที่จะคว้าสามแต้ม นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด แต่ทุกเกมผมต้องการที่จะทำประตู ผมต้องการที่จะช่วยทีม และผมต้องขอขอบคุณเพื่อนร่วมทีมของผมทั้งหมด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราคว้า 3 แต้ม และเกมทุกเกมต่อจากนี้ผมต้องการทำประตูไปเรื่อยๆจนจบฤดูกาลนี้”

และนี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นของนักเตะที่คาดว่าจะกลายเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตข้างหน้านี้ ผมเชื่อเหมือนๆกับที่หลายๆท่านเชื่อเช่นกัน มันน่าสนุกนะครับ ที่เรามีโอกาสได้เฝ้าดู เฝ้าติดตามดูการเจริญเติบโตของนักเตะรายนี้ว่าเจ้าตัวจะขีดเขียนประวัติศาสตร์บทไหนขึ้นมาอีก และบทนั้นจะเป็นบทที่ทำให้ เดอะ ค็อป ทั่วโลก ต้องจารึกและสลักชื่อชายคนนี้เอาไว้มากน้อยเพียงใด เราคงต้องเฝ้าติดตามและเอาใจช่วย คิง แห่ง อียิปต์ รายนี้กันต่อไปตราบใดที่เขายังสวมเสื้อสีแดงเพลิง ผมเองก็จะเชียร์สุดใจขาดดิ้นเช่นกันครับ #YNWA.

อ่านบทความฟุตบอลอื่นๆได้เลยที่ https://bit.ly/2H4RWMH 

⬅️ กลับหน้าแรก บทความฟุตบอล

Check Also

MM88FC แทงบอล แทงบอลออนไลน์ พนันบอลออนไลน์ ดีที่สุด มั่นคง ปลอดภัย 100%

99.99 % บุรีรัมย์ จ่อแชมป์! ลุ้นบทสรุปโค้งสุดท้าย ไทยลีก 2018

99.99 % บุรีรัมย์ จ่อแชมป์! ลุ้นบทสรุปโค้งสุดท้าย ไทยลีก 2018 ฟุตบอลโตโยต้าไทยลีก 2018 เดินทางถึงโค้งสุดท้ายแล้ว เหลือเพียง 4 นัดเทานั้นการแข่งขันลีกสูงสุดของไทยในปี 2561 ก็จะรูดม่านปิดฉากลง …