Login ทางเข้าเล่น mm88FC

“เจอร์เก้น คล็อปป์” ชายผู้ปลุกจิตวิญญาณของเครื่องจักรสีแดงให้ตื่นอีกครั้ง

“เจอร์เก้น คล็อปป์” ชายผู้ปลุกจิตวิญญาณของเครื่องจักรสีแดงให้ตื่นอีกครั้ง

ต้องบอกเลยว่าเกมล่าสุดที่ได้ดู ลิเวอร์พูล ไล่ถล่ม ปอร์โต้ ซะยับเยินในถิ่นอิชตาดีอูดูดราเกาในศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ที่เพิ่งจะผ่านพ้นไปในค่ำคืนที่ผ่านมานี้ ต้องขอปรบมือให้กับ เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่เฮฟวี่เมทัลดังยิ่งกว่าเสียงประทัดที่จุดในวันตรุษจีนซะอีก

ทีมเดอะเรดเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา เป็นการผสมผสานผู้เล่นได้อย่างลงตัวมาก แวบแรกตอนเห็นรายชื่อมีแอบเสียวอยู่ในหัวจิตหัวใจเล็กน้อย ในการเอา จีนี่ ไวนัลดุม ลงมาเล่นเคียงข้างรองกัปตันอย่าง เจมส์ มิลเนอร์ และกัปตันทีมอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ผมคิดผิดอยู่หน่อยหนึ่งคิดว่า บอสใหญ่แห่งถิ่นแอนฟิลด์จะเลือกใช้งาน อเล็กซ์ ออกซ์เลด-เชมเบอร์ลิน ที่มีความขยันในการไล่บอล ผลิกบอลได้ดี ดูคล่องแคล่ว และมีความเร็วมากกว่า จินนี่ อยู่ช่วงตัว แต่ก็คิดผิดถนัด บอสเลือก จินนี่ น่าจะเป็นการเก็บบอลได้ดีของเจ้าตัว และสไตล์การเล่นก็มีการครองบอลได้อย่างเหนียวแน่นมากกว่า ดิออกซ์

สิ่งหนึ่งที่แปลกตาไปมากก็คือ ไม่ใช่แค่วันนี้ แต่มันเป็นมาสักสอง-สามเกมที่ผ่านมาแล้วจริงๆ ผมเฝ้าดูในการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้กับตามาหลังจากที่บอสเจอร์เก้นประกาศย้ำชัดๆต่อหน้าสื่อทุกแขนงว่า ‘โลริส คารีอุส นั้นจะขึ้นเป็นประตูเบอร์หนึ่งของทีมในครึ่งหลังซีซั่นนี้’ ในใจคิดเลยว่า เดียวมีมันส์แน่ๆครับ

แต่แล้วในตอนนี้ทุกอย่างกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คาดเอาไว้เลยจริงๆ เจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้เป็นอย่างดีหลังจากได้รับการผลักดันจากผู้จัดการทีมของตัวเอง เจ้าตัวตอบรับหน้าที่นี้ในการลงสนามได้เป็นอย่างดี ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจมากขึ้น ช็อตเหวอ ช็อตไม่มั่นใจเริ่มลบออกไปจากใบหน้าของผู้รักษาประตูชาวเยอรมันคนนี้

และปัจจัยสำคัญที่เข้ามายกระดับผู้รักษาประตูของทีม และยกระดับแนวรับของทีมให้แข็งแกร่งอย่างเห็นได้ชัดเจนคงหนีไม่พ้น กองหลังค่าตัวสถิติโลกในเวลานี้อย่าง เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค มันเห็นแจ่มแจ้งสองตาเลยว่า หมอนี่เข้ามาแล้วทีมดูดีขึ้นผิดหูผิดตาไปจากเดิมจริงๆ ความมั่นใจในการเล่นของเจ้าส่งมันผ่านไปยังแนวรับทุกคนในตอนนี้

ถ้าใครสังเกตดีๆจะเห็นว่า หมอนี่มีลักษณะที่คล้ายๆกับตำนานหงส์แดงอย่าง เจมี่ คาราเกอร์ บวกกับ ซามี ฮูเปีย เลย ความนิ่ง ความแข็งแกร่ง ความห้าวหาญ พิชิตความสูงของลูกบอลที่โยนมาได้เกือบหมด และที่สำคัญเจ้าตัวยังแหกปาก และคอยที่จะส่งเสียงดังสั่งการบัญชาเกมในแนวรับอยู่ตลอดเวลา หลายๆครั้งที่มีการส่งผ่านลูกบอลไป-มาจนมาถึงแนวรับ หมอนี่จะตะโกนโหวกเหวกโวยวาย ชี้มือชี้ไม้สั่งการตลอดเวลาให้เห็น

ส่วนตัวผมมองว่า จุดนี้เป็นพลังที่มันส่งผ่านไปยังเพื่อนๆร่วมทีมของเขาได้รับรู้เช่นกัน เมื่อมีหัวหน้าที่ทรงพลังในการบัญชาเกมแนวรับได้ ประตูด่านสุดท้ายก็ดูแล้วยิ่งไว้ใจได้มากขึ้นเรื่อยๆ จากจุดนี้เลยทำให้ หน่วยทะลวงฟันทั้งสามคนสามารถเล่นเกมรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การมีหลังบ้านที่สามารถไว้ใจได้ มันส่งผลกับแนวรุกเป็นอย่างมาก แนวรุกจะได้รุกแบบเต็มๆได้ในเวลาเข้าโจมตี ไม่ต้องมาคิดคำนึงถึงข้างหลังแล้วว่า ถ้าบุกไปแล้ว พลาดล่ะ ถ้าไม่มีใครช่วยกองหลังล่ะ คงจะยับเยินน่าดูชมเลยทีเดียวการพะวงเช่นอย่างที่เคยเป็นมากลับค่อยๆเลือนๆจางๆหายไป

เมื่อแนวรับกลับมาแข็งแกร่ง แนวรุกก็สามารถที่จะแสดงพลังออกมาได้อย่างชัดเจนแบบสุดๆ ยิ่งเล่น ยิ่งเข้าขากันมากขึ้น ยิ่งเล่นยิ่งรู้ใจกันมากขึ้น ยิ่งเล่นยิ่งพากันยกระดับฝีเท้าของกันและกัน ทั้งหมดนี่ผมขอยกเครดิตให้กับทาง คล็อปป์ ไปเต็มๆครับ การเติมเต็มช่องความในความมั่นใจของผู้เล่นเป็นส่วนสำคัญอย่างมากให้ทีมชุดนี้สามารถพัฒนาไปได้อีกก้าวหนึ่งแล้วในตอนนี้

หลายๆท่าน(รวมทั้งผมด้วย) ต่างงงกันไปตามๆกันว่าทำไม เมื่อเสียนักเตะที่ดีที่สุดไป แล้วไม่ซื้อนักเตะที่ดีเข้ามาสู่ทีมล่ะ จากจุดนี้ คำตอบมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นจริงๆครับ เจอร์เก้น คล็อปป์ เลือกที่จะไว้ใจมากกว่าการหาใครมาแทนที่ครับ

อย่างที่ผมเคยพูดถึงไปก่อนหน้านี้แล้วว่า คล็อปป์ เป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมระดับโลกครับ ทั้งฝีมือ แทคติก ต่างๆไม่ได้ดูด้อยไปกว่า เปป กวาร์ดีโอลา, อันโตนิโอ คอนเต้, โชเซ มูรินโญ หรือแม้กระทั้ง เมารีซีโอ โปเชตีโน เลยสักนิด แต่สิ่งที่ผมชอบในตัวบอสเฮฟวี่เมทัลคนนี้ก็คือ เขามีพลังพิเศษที่สามารถปลุกใจลูกทีมให้กลับมาฮึกเหิมได้อีกครั้ง

ซึ่งหลายๆคนอาจเห็นมาแล้วในเคสของ เดยัน ลอฟเรน ที่ถูก แฮร์รี เคน เผาเครื่องซะยับในเกมที่เจอกันในครั้งที่ หงส์แดงปราชัยไป 4-1 ในเดือนตุลาคมปีที่แล้วที่ผ่านมา และถูกเปลี่ยนตัวออกแบบกระทันหันเลยในตอนนั้น ทุกอย่างดับวูบ ทุกอย่างสูญสิ้น ความมั่นใจถอยกลับไปติดลบ เรียกได้ว่าอยู่ในช่วงที่จิตใจดิ่งลงเหวอย่างเห็นได้ชัด แต่หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นครับ เจอร์เก้น คล็อปป์ ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อเลยว่า เขายังคงมั่นใจในตัวกองหลังรายนี้ของเขาต่อไป เขาจะสนับสนุนกองหลังชาวโครเอเชียรายนี้เหมือนเช่นเดิมที่ผ่านมา

จากนั้น ลอฟเรน ก็กลับเข้าฝั่งแทบจะในทันทีที่ได้รับความไว้วางใจตรงนั้น เจ้าตัวกลับมาทำผลงานได้เหมือนอย่างเดิม และความมั่นใจก็กลับคืนสู่เข้าร่างเขาอีกครั้ง และเคสของ คารีอุส เองก็เช่นกัน คล็อปป์ ได้ผ่าเสียงวิจารณ์จากสื่อต่างๆรวมทั้งแฟนๆบอลด้วยการแน่วแน่ในความคิดของเขาเท่านั้น เขาเลือกในสิ่งที่สัญชาตญาณเขาสั่งให้เชื่อ เขาเชื่อในสิ่งที่สายตาเขาเห็นจากการฝึกซ้อมเป็นประจำในแต่ละวันของนักเตะ และจากจุดนี้ เราจึงดูเหมือนว่า ทีมได้ผู้รักษาประตูคนใหม่เข้าสู่ทีมอีกครั้งในช่วงตลาดซื้อ-ขายหน้าหนาวที่ผ่านมาครับ

ตอนนี้สิ่งที่หลายๆคนกำลังจับจ้องดูอยู่ในขณะนี้ก็คือ ทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ จะเดินทางไปได้ไกลแค่ไหน จะถึงฝั่งฝันที่เราคาดเอาไว้ไหม และจะดีตลอดไปจนจบซีซั่นนี้เลยหรือป่าว อันนี้ก็ไม่อาจคาดเดาได้จริงๆครับ แต่ผมเชื่อนะว่า เดอะค็อปหลายๆท่านต่างกำลังเฝ้าติดตามดู และจะรอดูการทำงานของ ‘เครื่องจักรสีแดง’ เครื่องนี้ที่ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งอย่างสนุกสนานแน่นอน

ตอนนี้ทุกทีมในโลกรู้แล้วว่า ลิเวอร์พูล คือทีมที่มีแนวรุกที่สุดยอดมากแค่ไหน และเป็นทีมที่หลายๆยักษ์ใหญ่ไม่อาจมองข้ามพวกเขาไปได้อีกต่อไปแล้วในตอนนี้ครับ


animate01
 
อ่านบทความฟุตบอลอื่นๆได้เลยที่ https://bit.ly/2H4RWMH

Check Also

ช้างเอฟเอคัพ 2018

วิเคราะห์เต็งแชมป์! ช้างเอฟเอคัพ 2018 .. ทางลัดสู่ถ้วยเอเชีย

วิเคราะห์เต็งแชมป์! ช้างเอฟเอคัพ 2018 .. ทางลัดสู่ถ้วยเอเชีย ยังโชว์ฟอร์มได้ร้อนแรงต่อเนื่องสำหรับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทั้งในลีกและบอลถ้วย หลังจาก บุรีรัมย์ งัดฟอร์มเก่งบุกถล่ม การท่าเรือ 1-3 ในศึกฟุตบอลถ้วย …