Login ทางเข้าเล่น mm88bet

ยุทธการฝ่าวิกฤติแอนฟิลด์ ลิเวอร์พูล

ยุทธการฝ่าวิกฤติแอนฟิลด์

ยุทธการฝ่าวิกฤติแอนฟิลด์ ลิเวอร์พูล

การพ่ายแพ้ถึงสองเกมที่ผ่านมากับทีมรองบ่อนอันดับบ๊วยอย่าง สวอนซี ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีก และการกระเด็นตกรอบ 4 ของ เอฟเอ คัพ ด้วยน้ำมือของ เวสต์บรอมมิช อัลเบียน ที่เป็นรองบ๊วยในลีกเช่นกัน นับเป็นการพ่ายแพ้ที่เดอะค็อปหลายๆท่านที่ดูหรือติดตามเชียร์ทีม ลิเวอร์พูล มาอย่างยาวนานจะรู้ดีว่า เมื่อหงส์แดงต้องพบเจอกับคู่แข่งที่ดูจะด้อยกว่า หรือทีมเล็กกว่า พวกเขามักจะเล่นและโชว์ฟอร์มได้เล็กตามทีมขนาดที่พวกเขาต้องเจอ

แต่กลับกันการได้ฟาดฟันกับทีมจ่าฝูงที่ไม่เคยแพ้ใครมาในซีซั่นนี้อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พวกเขากลับโชว์ฟอร์มได้แบบชนิดที่พี่บอ.บู๋ต้องร้องดังๆเลยว่า ‘สะเด่าไปเลยอีน้อง!’ แบบปรอทคอแทบแตก ซึ่งหลายๆ คนที่ติดตามจะพอรู้มาบ้างกับสถานการณ์ของทีมหงส์แดงที่ต้องพบเจอกับทีมท้ายตารางแบบนี้ ก็จะเป็นแบบที่กล่าวไปข้างต้นเสมอ

แต่ซีซั่นนี้เหมือนจะมีความแปลกตาไป ที่พวกเขาสามารถเก็บชัยชนะได้บ้างในการต้องพบเจอกับทีมแสลงต่างๆในพรีเมียร์ลีก อย่างเช่น เบิร์นลี่ย์, สโต๊ค, เซาแธมป์ตัน และรวมถึงทีมที่มักจะเล่นบอลโยนซะเป็นส่วนใหญ่มากกว่า แต่ถ้าเราลองมองดูจากสถิติในฤดูกาลนี้จนถึงตอนนี้

เดอะเรดลงเล่นไป 24 เกม ชนะ 13 เสมอ 8 และแพ้ 3 มีคะแนนอยู่ที่ 47 คะแนน เป็นอันดับ 4 ในลีกตอนนี้ ซึ่งถ้ามองในตัวเลขการพ่ายแพ้แค่ 3 ครั้งอาจจะไม่เท่าไหร่ แต่การเสมอถึง 8 ครั้ง มันก็ดูจะมากพอดูเช่นกัน และยิ่งเสมอในบ้านซะเป็นส่วนใหญ่ด้วย ยิ่งเท่ากับว่าพลาดโอกาสในการเปิดแต้มไปมาก

มาดูผลการแข่งขันที่ เสมอ 8 เกม แบบน่าเสียดาย

  • วัตฟอร์ด 3-3 (นอกบ้าน)
  • เบิร์นลี่ย์ 1-1 (ในบ้าน)
  • นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 1-1 (ในบ้าน)
  • แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-0 (ในบ้าน)
  • เชลซี 1-1 (ในบ้าน)
  • เอฟเวอร์ตัน 1-1 (ในบ้าน)
  • เวสต์บรอมมิชอัลเบียน 0-0 (ในบ้าน)
  • อาร์เซนอล 3-3 (นอกบ้าน)

6 เกมในบ้าน 2 เกมนอกบ้าน ดูแล้วก็แอบเสียดายอยู่มากจริงๆ ยิ่งเป็นเกมในบ้านด้วย และแต่ละเกมคือมีโอกาสชนะมากเสียด้วย แต่กลับทำได้แค่เสมอเท่านั้น 12 แต้มที่หล่นหายในบ้าน เก็บได้เพียงแค่นัดละ 1 คะแนน มันช่างน่าเสียดายแท้

และแล้วสถิติมนต์ขลังในการเล่นในแอนฟิลด์ที่ไม่แพ้ใครเลยมาเกือบ 9 เดือน ก็ต้องพังถลายลงในเกมกับหงส์ขาวสวอนซีทีมอันดับท้ายตารางที่ผ่านมา และการกระเด็นตกรอบเอฟเอ คัพ จาก เวสต์บรอม ทีมอับดับที่ 19 ของตารางอีก

ทีมเข้าสู่วิกฤตการณ์แล้วหรือยัง!?

สำหรับผมส่วนตัวมองว่า ก็ถือว่ายื่นขาเข้าข้างหนึ่งแล้วนะ จากที่ดูการแข่งขันที่ผ่านมา เราจะเห็นได้ว่า

มิติของทีมหายไปเกินครึ่งจากการเสีย คนหมดใจ อย่าง ฟิลิปเป คูตินโญ ให้กับทาง บาร์เซโลนา สิ่งที่ขาดหายไปที่เห็นชัดเจนก็คือการขับเคลื่อนในแดนกลาง คิลเลอร์พาสตัดหลังแบ็คที่เราเห็นในต้นฤดูกาลนี้ ลูกเซตพรีส ลูกยิงไกล และรวมทั้งลูกยิงฟรีคิกที่เคยเป็นจุดแข็งของทีมมาตลอด แต่ตอนนี้กลับเป็นจุดอ่อนที่สุดไปแล้วในตอนนี้

ล่าสุดผู้จัดการทีมเฮฟวี่เมทัล เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้ออกมาพูดถึงทีมหรือผู้เล่นที่เขามีอยู่ในทีมตอนนี้ว่ามันช่างน้อยนิดมากเมื่อเทียบกับทีมที่จะต้องขับเคี่ยวกับพื้นที่ Top 4 ในซีซั่นนี้ อันนี้เรื่องจริงไม่อิงนิยายเลย เหลือบไปมองทีม Top 6 แล้วแอบหวั่นๆใจในทีมที่ตัวเองรักมากเหลือเกินจริงๆ

และอะไรคือทางออกล่ะ?

ต้องซื้อไหม? ตอบแบบไม่คิดเลย ซื้อดิเห้ย! ต้องซื้อ ต้องเสริมแล้ว แต่เวลาล่ะ เหลือแค่สองวันเนี้ยนะ นั่นซิ เมื่อเวลาเหลือแค่ 2 วัน ก่อนตลาดซื้อ-ขายนักเตะปิดทำการในรอบนี้ แล้วจะซื้อใครที่ไหนทัน ซื้อก็ใช่ว่าจะได้เลย ต้องดูอีกว่าทีมที่จะซื้อผู้เล่นเขา เขาอยากที่จะขายไหม แต่ถ้าอยากได้จริงๆ ก็ต้องมีการเอาเงินก้อนโตฟาดหัวกันมั้งล่ะครับ

แต่ถ้าถามผม อย่างที่ผมเคยบอกไปแล้ว เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ก็คือผู้เล่นคนสุดท้ายที่ ลิเวอร์พูล คว้ามาร่วมทีมในตลาดรอบนี้แล้ว แต่เอาจริงๆส่วนตัวก็แอบหวังว่าให้มีบิ๊กเนมเข้ามาช่วยสุดท้ายของเวลาตลาดวายอยู่นะ แต่ดูทีท่าแล้ว อาจจะเป็นเรื่องยากจริงๆในตอนนี้ เพราะนักเตะที่เดอะบอสแห่งแอนฟิลด์ต้องการอยู่ในตอนนี้มันเป็นนักเตะที่ต้องทุ่มแบบบ้าคลั่งเท่านั้นจริงๆถ้าอยากจะได้มาร่วมทีม

อย่างที่เป็นข่าวมาตลอดในช่วงซัมเมอร์แล้วตามมาเป็นข่าวในตลาดหน้าหนาวนี้ด้วยก็คงหนีไม่พ้น โธมัส เลอมาร์ ของ โมนาโก รายนี้มีข่าวมาตลอดว่าจะเอาๆ แต่ต้องหงายเงิบกับค่าตัวที่ทาง โมนาโก ตั้งเอาไว้อยู่ที่ 90 ล้านปอนด์เท่านั้น

ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากมากที่เราจะไขว่คว้าหานักเตะระดับพรีเมียมและตรงสเป๊กและราคาถูกในยุคสมัยนี้ และยังเป็นตลาดการฤดูกาลด้วย พ่อคุณเอ๊ย! ต้องบ้าคลั่งกันมั้งแหละในการคว้านักเตะระดับพระกาฬแบบนี้

และทำไงล่ะถ้าไม่ได้ ไม่มีตัวเลือกอื่นเลยหรอที่มองเอาไว้ อันนี้บอกได้เลยจากที่เห็นและประสบด้วยตามา เราทุกคนก็เห็น บิ๊กบอสของเราเป็นคนรักใครรักจริง อยากได้ใครก็ต้องได้ ถ้าไม่ได้ตอนนี้ก็จะรอร้อรอจนกว่าจะได้ในที่สุด อย่างเคส เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ที่ผ่านมา ผมคิดว่าบิ๊กบอสเราน่าจะมองเอาไว้แล้วในตัวเลือกอื่นๆ แต่ด้วยเหตุผลหลายๆประการอาจจะทำให้การพาตัวผู้เล่นคนนั้นมาไม่ได้ในตอนนี้

ในเมื่อไม่สามารถซื้อใครได้ ก็ไม่สมควรที่จะปล่อยใครออกไปจากทีมอีกแล้วในตอนนี้ อย่างเช่น แดเนียล สเตอร์ริดจ์ หลายๆท่านอาจจะ เห้ย! ยังมีชีวิตอยู่อีกหรอ เห้ย! จะดีหรอ ลงนัดเดียวเจ็บสองเดือน สำหรับผมแล้ว เต้ยโยก คือกองหน้าที่ทรงพลังที่สุดแล้วในทีม ลิเวอร์พูล ในตอนนี้ ทำไมผมถึงคิดแบบนั้นนะหรอ? ก็เพราะเขาคือกองหน้าโดยธรรมชาติ คุณเข้าใจคำว่าโดยธรรมชาติไหมล่ะ กองหน้าโดยธรรมชาติพวกเนี้ยเกิดขึ้นมาเพื่อมีหน้าที่สังหารประตู และจบสกอร์แบบเฉียบคมจริงๆ หลายๆท่านอาจจะค้านในใจว่า เห้ย!(เห้ยอีกแล้ว) ตอนนี้สภาพช้ามากนะ สปีดไม่มีเลย จังหวะการเล่นก็ไม่เข้ากับทีม ไม่วิ่งไล่บอลด้วย นั่นก็ใช่ มันก็ถูกครับ แต่ในรูปเกมที่อุดตันและเต็มไปด้วยทีมที่จงใจมารถบัสใส่โดยเฉพาะแบบทีมเล็กๆที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล เองก็ไปไม่เป็นเลยเมื่อเจอกับสถานการณ์แบบนี้

แต่ผมเชื่อว่า เมื่อเรามีกองหน้าธรรมชาติอยู่ในทีม เขาจะหาจังหวะการยิงได้เอง อาจจะไม่ไล่บอลเต็มที่อย่างที่มีอยู่ แต่เขาจะสามารถหาช่องและหาจังหวะจบสกอร์ได้ดีกว่าแน่นอน ความเร็ว และสปีดการออกตัวอาจจะลดลงไปมากก็จริง แต่ความคม มันยังคงจมอยู่ในเท้าข้างซ้ายของชายคนนี้เสมอผมเชื่อแบบนั้นจริงๆ เพราะในสายตาผม ผมยังคงเห็นวิญญาณเพชฌฆาตส่องแสงออกจากตัวเขาอยู่เสมอ เขาต้องเพิ่มความมั่นใจเป็นอย่างมากลงไปในหัวจิตหัวใจก็แค่นั้นจริงๆครับ

สตีเวน เจอร์ราร์ด เคยเขียนเอาไว้ในหนังสืออัตชีวประวัติของเขาว่า เขาคิดว่า แดเนียล คือกองหน้าที่ดีที่สุดคนหนึ่งที่สโมสร ลิเวอร์พูล เคยมีมา มีอยู่เกมหนึ่ง ทีมขาด หลุยส์ ซัวเรซ ไปจากโทษแบน และทีมต้องมีผลการแข่งขันเท่านั้นเพื่อจะทำแต้มหนี แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้ได้ในฤดูกาล 2013-2014 และเขาได้รับแจ้งจาก เบรนดัน ร็อดเจอส์ ว่า แดเนียล สเตอร์ริดจ์ จะไม่พร้อมสำหรับเกมนี้ เพราะเขาคิดว่าเขามีอาการบาดเจ็บอยู่นิดๆ แต่ เจอร์ราร์ด ไม่คิดแบบนั้น ก่อนเกมลงเตะก่อนประกาศรายชื่อสองชั่วโมง เจอร์ราร์ด นัด สเตอร์ริดจ์ ออกมาเดินยืดเส้นยืดสาย และพูดคุยกับเขาในระหว่างการเดิน เจอร์ราร์ด ถามถึงเหตุผลว่าทำไมคุณไม่ลงสนาม แต่สิ่งที่ เจอร์ราร์ด ได้ก็คือเขาคิดว่าเขารู้สึกว่าเขาบาดเจ็บ แค่นั้น ก่อนหน้านี้ เจอร์ราร์ด ได้เข้าไปคุยกับทีมแพทย์ของสโมสรแล้วถามถึงอาการของ สเตอร์ริดจ์ ว่าเป็นยังไง ทีมแพทย์ได้บอกว่าเขาลงได้ไม่มีปัญหา จากจุดนี้ เจอร์ราร์ด รู้ได้ในทันทีว่าเขาควรจะทำยังไง สิ่งที่ เจอร์ราร์ด ทำก็คือใส่ความเชื่อมั่นเติมความมั่นใจมั่นใจอัดมันเข้าไปในหัวใจของ สเตอร์ริดจ์ และบอกกับเขาว่า เขาคือคนที่สำคัญแค่ไหนสำหรับทีม ทีมต้องการชนะ และการชนะจะไม่เกิดขึ้นถ้าไม่มีเขาอยู่ในทีมวันนี้ และสุดท้าย สเตอร์ริดจ์ ตอบรับพลังอันนั้น และก้าวเท้าลงบนพื้นสนามหญ้า และคว้าชัยในเกมนั้น และที่สำคัญเจ้าตัวยิงประตูได้อีกด้วย

และนั่นน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วในตอนนี้ ทีมเสียนักเตะตัวหลักไป ก็ไม่ควรทำผิดโดยการเสียตัวที่เก่งไปอีกคนในตลาดรอบนี้ เพราะถ้าเสียใครไปอีก ก็จะทำให้ทีมดูแล้วเป็นทีมที่มีสภาพที่ด้อยกว่าช่วงซัมเมอร์เสียอีกครับ


 
อ่านบทความฟุตบอลอื่นๆได้เลยที่ https://bit.ly/2H4RWMH

Check Also

MM88FC แทงบอล แทงบอลออนไลน์ พนันบอลออนไลน์ ดีที่สุด มั่นคง ปลอดภัย 100%

99.99 % บุรีรัมย์ จ่อแชมป์! ลุ้นบทสรุปโค้งสุดท้าย ไทยลีก 2018

99.99 % บุรีรัมย์ จ่อแชมป์! ลุ้นบทสรุปโค้งสุดท้าย ไทยลีก 2018 ฟุตบอลโตโยต้าไทยลีก 2018 เดินทางถึงโค้งสุดท้ายแล้ว เหลือเพียง 4 นัดเทานั้นการแข่งขันลีกสูงสุดของไทยในปี 2561 ก็จะรูดม่านปิดฉากลง …