Login ทางเข้าเล่น mm88FC

พ่ายแพ้เพื่อเรียนรู้ที่จะเข้าสู่เส้นทางของชัยชนะของ ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล

พ่ายแพ้เพื่อเรียนรู้ที่จะเข้าสู่เส้นทางของชัยชนะของ ลิเวอร์พูล

เกมนี้ไม่มีการโทษใครแต่อย่างใด แต่อย่างที่ผมบอกสิ่งที่กลัวที่สุดที่เขียนไปก่อนเริ่มเกมแล้วว่า ประสบการณ์ในการลุ้นแชมป์ของนักเตะ ลิเวอร์พูล คือ 0% ส่วน เรอัล มาดริด อย่างที่รู้มหาศาลจริงๆ วันนี้ทุกคนทำเต็มที่แล้วจริงๆ จุดเปลี่ยนที่เราทุกคนรู้ดีในเกมนี้คือ อาการบาดเจ็บของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่บาดเจ็บที่บริเวณไหล่ของเขาจากการปะทะกับ เซร์คิโอ รามอส

วันนี้สู้ได้ดีมากครับ ก่อน ซาลาห์ ถูกเปลี่ยนตัวออกไป เกมเราดีมาก แต่จากจังหวะผิดพลาดส่วนบุคคลเท่านั้นจริงๆ กองหลังทำได้ดีนะผมว่าเมื่อเจอกัน ราชันแห่งยุโรปแบบนี้ ถือว่าโอเคเลยจริงๆ แต่เมื่อ 3 ประสาน ไม่อยู่ ก็อย่างที่เราเห็นครับ ทีมเมื่อไม่มี ซาลาห์ ความอันตรายลดลงเกิน 60% แน่นอน

วันนี้ถ้าไม่พูดถึงคงจะไม่ได้ คำถามหลังจากนี้คือ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะเลือกใช้งาน โลริส คารีอุส เป็นมือหนึ่งของทีมอีกต่อไปใหมในซีซั่นหน้า มันเพียงพอแล้วหรอกับการมีผู้รักษาประตูแบบนี้ ไม่ใช่ว่า คาริสอุส ไม่เก่งนะ ผมอย่างที่ผมเคยบอก ฝีมือเขาไม่สามารถที่จะมาเป็นมือหนึ่งของทีมที่ลุ้นแชมป์ยุโรปได้เลย

สงสารจับใจ แต่ความสงสารมันแก้ไขข้อบกพร่องนี้ไม่ได้ ตลอดปี 2018 ที่ผ่านมา คาริสอุส พิสูจน์ฝีมือของเขาแล้วว่า เขาเป็นผู้รักษาประตูที่ดีเลยนะ แต่ถ้า หงส์แดง ต้องการจะมีถ้วยสักใบ ผู้รักษาประตูต้องไม่ใช่คนนี้แน่นอน ลูกแรกพอทน ลูกที่สามนี่เห็นกันชัดเต็มสองตา แต่ว่ากันตามจริง เจ้าตัวอายุยังน้อย ยังมีโอกาสพัฒนาฝีมือไปได้อีกไกล จุดเด่นคือ ปฏิกิริยาดีมาก แต่ไม่มีความนิ่ง และความแน่นอนเลยจริงๆ แต่สิ่งเหล่านี้สามารถเสริมสร้างกันได้ แต่ถ้าจะเป็นแชมป์ คาริสอุส ยังไม่ใช่แน่นอน

จุดเปลี่ยนสำคัญ

1. การเสีย โม ซาลาห์ ไปแบบไม่มีใครตั้งตัว ผมเชื่อเลยว่าแฟนทั่วโลกของ หงส์แดง ไม่มีใครคาดคิดแน่นอนในเหตุการณ์นี้ และผมเชื่อว่าถ้ามี ซาลาห์ ผลการแข่งขันอาจไม่จบแบบนี้ อย่างน้อยทีมก็จะมีกองหน้าที่คอยกดดันกองหลังหรือคู่แข่งฝ่ายตรงข้ามได้มากทีเดียว และยิ่งเห็นได้ชัดเจนว่า เมื่อขาดเขา มาดริด เองก็ไม่กลัวผู้เล่นของ หงส์แดง เลยสักคน ยกเว้นเสียแต่ ซาดิโอ มาเน่ ที่สามารถสร้างภัยคุมคามให้แก่พวกเขาได้บ้าง แต่นอกจากนั้น ดับสนิทสิทธิ์ห่ามโลงจริงๆ

2. ความผิดพลาดส่วนบุคคล จริงๆถ้าใครได้ดูเกมนี้จะเห็นได้เลยว่า ความผิดพลาดของทั้งสองทีมมีให้เห็นเกือบเท่าๆกัน แต่เป็นทางฝั่ง หงส์แดง ที่ผิดพลาดในจังหวะที่สำคัญ และนำมาซึ่งการเสียประตู และส่วนบุคคลที่เป็นนายด่านสุดท้าย

3. ประสบการณ์ในการลุ้นแชมป์ แน่นอน รีล มาดริด มีมันมากพออยู่แล้ว พวกเขารู้ดีว่าควรจะเล่นยังไงเมื่อเจอความกดดันพุ้งเข้าใส่ และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เหลี่ยมในการเล่นลูกตุกติก พวกเขาแข็งแกร่ง และเราเป็นผู้ท้าชิงที่ยังไม่ดีพอ

4. ผู้เล่นสำรองในมือที่มีน้อยมาก หันไปมองใครไม่มีคนไหนที่จะสามารถลงมาแล้วเปลี่ยนเกมได้เลย ม้านั่งสำรองดูโหดร้ายมากๆ อันนี้ทำให้เรารู้เลยว่าขุมกำลังของเรามันแตกต่างจากของเขามากแค่ไหน

5. การเสีย โม ซาลาห์ บ่งบอกว่าทีมพึ่งเขามากแค่ไหน เมื่อไม่มี ซาลาห์ อย่างที่บอกความอันตรายของ ลิเวอร์พูล หดหายไปเกินครึ่งจริงๆ ยิ่งช่วงท้ายครึ่งแรกนี่เห็นได้ชัดเจนว่าระส่ำระส่ายแค่ไหน ซาลาห์ คือจุดศูนย์กลางของทีมโดยแท้จริง

6. ขาดจิตวิญญาณและเชื้อไฟที่ลุกโชน เห็นได้ชัดเจนเมื่อทีมสูญเสียขวัญกำลังใจ ไม่มีใครสามารถที่จะปลุกให้เพื่อนร่วมทีมได้ตื่นจากภวังค์นั้นเลย ต่างคนต่างก้มหน้ายอมรับชะตากรรมที่เกิดขึ้น ไม่มีเลยแม้เสียงกระตุ้น ไม่มีเลยแม้เสียงที่ปลุกเร้า เอาแต่ก้มหน้ากันหมดในจังหวะที่เสียประตู ผู้นำไม่สามารถปลุกจิตวิญญาณของลูกทีมหรือปลอบขวัญได้เลยจริงๆ

7. เกเกนเพรสซิ่ง ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เห็นได้ชัดเจนว่าวันนี้ มีแต่ใจสู้อย่างเดียว วิ่งสู้ฟัดเข้าใส่จริงๆ ยิ่งวันนี้แพ็กโฟว์ของ หงส์แดง ทำได้ดีมากจริงๆ แต่การไล่เพรสซิ่งที่ดุดัน ที่เป็นทีม ไล่บดพื้นที่แบบฉลาดไม่หลงเหลือเคราให้เห็นเลยในวันนี้ ดูแปลกแหวกตาไป เป็นการวิ่งที่วิ่งไล่แบบใจสู้อย่างเดียวจริงๆ แผนการไล่บีบเพรสซิ่งไม่เกิดขึ้น

8. เมื่อ ซาลาห์ ไม่อยู่ 3 ประสานจึงแตกเป็นเสี่ยง ระบบหน้าสามของ คล็อปป์ ถูกเช็ตเอาไว้แล้วคือ ซาลาห์ ,มาเน่ และ ฟอร์มีโน่ เมื่อคนใดคนหนึ่งหายไป การจะเอาใครใส่เข้ามาทดแทนอย่างเกมนี้ เป็นทาง ลัลลาน่า ที่มีโอกาสได้ลงไปแทน ทุกอย่างที่เช็ตมาลวนไม่มีชิ้นดี มาเน่ โชว์เดี่ยวแต่ทำได้ดีนะผมชอบ ส่วน ฟอร์มีโน่ เมื่อต้องปะทะกับคู่เซ็นเตอร์ของฝั่งตรงข้าม มันหนักไปสำหรับเขาจริงๆ และไม่รู้ว่าจะเปิดพื้นที่ให้ใครยิง เพราะเซ้นส์ฟุตบอลที่มีที่มันทันกันมันถูกปรับจูนมาตลอดให้เล่นด้วยกัน แต่เมื่อไร้ ซาลาห์ , บ๊อบบี้ เองก็ไม่รู้จริงๆว่าต้องทำอะไร จังหวะสับไกลมีบ้างหรือป่าวก็จำไม่ได้จริงๆ

9. แดนกลางหมดทางสู้ แผงกลางที่ถูกส่งลงมาในเกมคืนนี้ก็คือ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน,เจมส์ มิลเนอร์ และ จินนี่ ไวนาดุง นี่คือกองกลางที่ดีที่สุดในค่ำคืนนี้แล้ว เพราะนอกจากนี้ เอ็มเร่ ชาน ที่เพิ่งผ่านความฟิตมาเป็นสำรอง และ อดัม ลัลลาน่า ที่เพิ่งหายเจ็บก็ดูจะยังไม่มีการเข้าที่เข้าทางเลยในตอนนี้ ยังคงจับจังหวะการเล่นกับทีมยังไม่ค่อยที่จะได้ และยังคงต้องใช้เวลาในการเข้าที่นี้อีกสักระยะหนึ่ง อย่างที่เราเห็นแดนกลางในวันนี้ สู้แดนกลางของ มาดริด แทบไม่ได้เลยจริงๆ อันนี้เราน่าจะรู้อยู่แก่ใจก่อนเกมในนัดชิงนี้แล้ว ลูก้า โมดริช ,โทนี่ โครส และ คาเซมิโร่ บอกได้คำเดียวว่า โคตรแน่น เลยครับผม ทั้งสามเปลี่ยมไปด้วยประสบการณ์และคุณภาพอย่างคับแก้ว ถ้าเปรียบเทียบกับกองกลางของ หงส์แดง แล้ว มันช่างเห็นได้ชัดเจนจริงๆ

10. ความต่างของนายด่านคนสุดท้ายของทั้งสองทีม พวกเขามี เคย์เลอร์ นาวาส ที่เรารู้อยู่ก่อนหน้านี้แล้วจริงๆว่า ผู้รักษาประตูชาวคอสตาริก้ารายนี้นั้นโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและน่าจะเป็นผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดจริงๆในทัวร์นาเมนนี้ของการแข่งขันแชมเปียนส์ลีก ยิ่งนัดที่พวกเขาพบ เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค รอบก่อนชิงชนะเลิศ เจ้าตัวเซฟลูกยิงได้อย่างน่าเหลือเชื่อจากผู้เล่นของทางทีมใหญ่จาก บุนเดสลีกา เรียกได้ว่า ยิงกันจนท้อเลย และเกมนี้เจ้าตัวก็ทำได้ดีมากๆในหลายๆจังหวะที่ผ่านมา ส่วนในรายของ หงส์แดง อย่าง โลริส คาริอุส อย่างที่เห็นครับ สำหรับผมแล้วเขาคือผู้รักษาประตูที่ดีมีความสามารถในระดับหนึ่งนะ แต่สิ่งที่ดีที่สุดก็อย่างที่บอกครับ เจ้าตัวมีปฏิกิริยาที่ไวต่อการเซฟมาก มีความมั่นในในการพุ้งเข้าใส่ในจังหวะ 50-50 นี้ไม่เกรงกลัวเลยว่าจะเจ็บหรือโดนใบแดง แต่นั่นคือด้วยวัยเพียง 24 ปี ซึ่งผมมองว่าเด็กกำลังห้าวจริงๆครับ แต่ก็อย่างที่ทุกคนรู้กัน ความผิดพลาด ความลนลาน ขาดประสบการณ์ ความไม่นิ่ง ไม่ละเอียด เป็นบ่อเกิดของความผิดพลาดของเขาในซีซั่นนี้ และเป็นมาตลอดในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ย้ายมาจาก ไมนซ์ แล้วละครับ เจ้าตัวดูเหมือนจะเป็นโกลที่ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเท่าไหร่ และดูเหมือนกำลังพยายามที่จะสร้างความมั่นใจให้ตัวเองเสมอ แต่เมื่อสูญเสียสิ่งนั้นไปแล้ว ก็จะยากที่จะกลับมาเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเกมนี้เจ้าตัวทำได้ดีตั้งแต่แรกเริ่ม เกมนั้นเจ้าตัวจะเป็นผู้รักษาประตูที่ยอดเยี่ยมมาก แตะกลับกัน ถ้าเกมไหนเล่นผิดพลาดไปตั้งแต่ต้น เกมนั้นเตรียมรับความบรรลัยเข้าสู่ทีมได้เลยเช่นกัน

นี่น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนในการปราชัยในศึกรอบชิงชนะเลิศในครั้งนี้ ส่วนตัวผมเชื่อเลยว่า คล็อปป์ รู้แล้วว่าควรจะจัดการกับสิ่งๆนี้ยังไง รู้แล้วว่าควรจะรับมือกับเรื่องที่กำลังเผชิญอยู่ยังไง และรู้ว่าทีมที่จะเข้าชิงแชมป์ไม่ว่าจะถ้วยอะไร ทีมจำเป็นที่จะต้องมีความละเอียดในทุกๆด้าน ทุกๆตำแหน่ง ปีที่แล้วเราประสบปัญาหาในการเสียประตูที่เยอะมาก มาในปีนี้ได้รับการแก้ไขเป็นอย่างดีจากการนำเข้ากองหลังที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลกอย่าง เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค และสามารถช่วยได้ดีเลยจริงๆ และเข้าสู่ช่วงตลาดซื้อ-ขายนักเตะในซัมเมอร์นี้ ผมเชื่อจากใจเหลือเกินว่า การปรับแต่งครั้งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้นแน่นอนในซัมเมอร์นี้

ส่วนจะเป็นตำแหน่งไหนอย่างไรหลายๆท่านน่าจะพอเดาออกบ้างแล้วในตอนนี้ กองหลังต้องมาแน่ กองกลางในตำแหน่งเบอร์ 6 ก็เช่นกัน และผู้รักษาประตูเองก็ใช่ ผมเชื่อว่า ตำแหน่งประตูนี่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน การที่ทีมจะประสบความสำเร็จไปถึงดวงดาวได้ ผู้รักษาประตูจะต้องเป็นมือ 1 ของทีมชาติอย่างแน่นอน และถ้าจะซื้อก็ต้องทุ่มแบบเจ็บๆ แต่รับรองว่า จบ ปัญหาอย่างแน่นอนครับ #YNWA.

อ่านบทความฟุตบอลอื่นๆได้เลยที่ https://bit.ly/2H4RWMH

Check Also

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

เบื้องหลังความพ่ายแพ้ในตลาดซื้อขายนักเตะของปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

เบื้องหลังความพ่ายแพ้ในตลาดซื้อขายนักเตะของปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เกมพรีเมียร์ลีกนัดเปิดสนามของ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด กับเลสเตอร์ ซิตี้ จบด้วยผลชนะของฟากฝั่งปีศาจแดง แต่ในแง่ของการ “ซื้อนักเตะ” กลับเป็นฤดูกาลที่แมนฯยูฯ เป็นผู้พ่ายแพ้โดยสิ้นเชิง โชเซ่ มูรินโญ่ ส่ง 5 …