Chat with us, powered by LiveChat
Login ทางเข้าเล่น mm88bet

มูรินโญ่ ต้องเกา แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ให้ตรงจุด

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

มูรินโญ่ ต้องเกา แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ให้ตรงจุด

แม้สัญญาของ โชเซ่ มูรินโญ่ กับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด จะถูกถ่างขยายออกไปจากเดิมที่จะหมดลงในมิถุนายน 2019 ไปเป็นมิถุนายน 2020 ถึงกระนั้นการที่สัญญาของเดอะ มู จะหมดลงในอีก 2 ปีข้างหน้า ก็มิได้หมายความว่า มูรินโญ่จะอยู่ยั้งยืนยงคุมปีศาจแดงไปจนถึงเวลานั้นจริงๆ ก็ได้

โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่เคยคุมทีมในลีกสูงสุดทีมใดนานกว่า 3 ฤดูกาล เริ่มตั้งแต่เถลิงความยิ่งใหญ่กับเอฟซี ปอร์โต้, ทำงานบนเกาะอังกฤษที่แรกกับเชลซี, เทรเบิลแชมป์บนแผ่นดินรองเท้าบู๊ตกับอินเตอร์ มิลาน, ในสเปนกับเรอัล มาดริด รวมถึงการกลับมาทำงานกับเชลซีในคำรบที่สอง

จนถึงที่สุดแล้ว เหล่านี้ยังเป็น “ปริศนา” ที่มิอาจไขได้ชัดแจ้งเสียทีว่า ทำไมมูรินโญ่ถึงไม่เคยคุมทีมใดเกิน 3 ฤดูกาล เพราะปริบทมันยากเกินกว่าจะคาดเดา หากดูตามข้อเท็จจริง การที่มูรินโญ่ พาเอฟซี ปอร์โต้ คว้าแชมป์ยุโรปในปี 2004 แน่นอนว่าเจ้าตัวต้องการคุมทีมที่ใหญ่กว่านี้ จึงตัดสินใจล่าความสำเร็จกับเชลซี แต่กระนั้นการทำงานที่เชลซี ก็ไม่ใช่งานที่ทำกันได้ง่ายๆ เพราะที่ผ่านมาหลังยุคปี 2000 เชลซี คือหนึ่งในทีมที่เปลี่ยนโค้ชราวกับเปลี่ยนเสื้อผ้า พวกเขามีการเปลี่ยนแปลงแทบทุกฤดูกาล

ขณะเดียวกันการคุมทีมที่อินเตอร์ มิลาน ก็สำเร็จคว้าเทรเบิลแชมป์ ก่อนที่จะถูกเรอัล มาดริด เกี้ยวพาราสี ซึ่งว่ากันแบบแฟร์ๆ มีใครบ้างที่ไม่อยากไปทำงานให้กับเรอัล มาดริด ส่วนการคุมทีมแมนฯยูฯ กำลังจะเข้าสู่ฤดูกาลที่สาม และมีสัญญาต่อเนื่องจนถึงฤดูกาลที่สี่

อย่างไรก็ตาม ผมขอย้ำอีกครั้งว่า แม้สัญญาของมูรินโญ่จะสิ้นสุดในเดือนมิถุนายน 2020 แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะได้อยู่คุมทีมจนถึงตอนนั้น แต่อนาคตของมูรินโญ่ในถิ่นโอลด์ แทรฟเฟิร์ด ขึ้นอยู่กับ “ผลงาน” ในฤดูกาล 2018/19 ที่กำลังจะเปิดม่านหลังจบศึกฟุตบอลโลกต่างหาก

การเข้ามาของมูรินโญ่ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา กุนซือวัย 55 ปีได้ใช้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อทวงบัลลังก์ความยิ่งใหญ่กลับมา ถามว่าระยะทาง 2 ปีที่กำลังจะผ่านพ้นไป มูรินโญ่ สอบผ่านหรือไม่ โดยส่วนตัวถือว่า อย่างน้อยๆ มูรินโญ่ก็สร้างมาตรฐานได้ดีกว่า ผู้จัดการทีมคนก่อนๆ ทั้งเดวิด มอยส์ และหลุยส์ ฟาน กัล ปีศาจแดงของมูรินโญ่มีโทรฟี่ระดับเมเจอร์เข้าสโมสร นั่นคือ การคว้าแชมป์ยูโรป้าลีก ถ้วยรายการที่แม้แต่บรมกุนซืออย่างเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่เคยประกาศว่า “อยากได้” ถ้วยนี้ยังต้องเป็นอันจอดป้ายในเวลาอันรวดเร็ว แต่มูรินโญ่ ทำได้ตั้งแต่ซีซันแรก แถมยังมีคาราบาว คัพ เป็นถ้วยรางวัลจรรโลงใจอีกหนึ่งรายการ

ผลงานในฤดูกาลที่สอง แม้จะจบฤดูกาลด้วยความว่างเปล่า ไม่มีถ้วยรางวัลใดประดับแกลเลอรีของสโมสร แต่การคว้า 81 แต้ม และจบด้วยการเป็นรองแชมป์พรีเมียร์ลีก ก็มิได้เป็นผลงานที่เลวร้ายจนน่าอับอาย หากว่ากันตามตรง 81 แต้มที่แมนฯยูฯ ได้ในฤดูกาลนี้ เทียบบางฤดูกาลแล้ว แต้มจำนวนนี้มีค่าเท่ากับแชมป์พรีเมียร์ลีกด้วยซ้ำไป อีกทั้งการเข้ามาของมูรินโญ่ ยังเห็นได้ชัดว่า หากเจอกับทีมใหญ่ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นทีมเหย้า หรือทีมเยือน พลพรรคปีศาจแดงสามารถกำชัยคว้า 3 คะแนนสำคัญกลับออกมาได้บ่อยครั้ง

แต่ก็นั่นแหละครับ การคว้าสามคะแนนกับทีมใหญ่ มันมีค่าเท่ากับสามคะแนนเท่ากับเกมที่ดวลกับทีมที่เล็กกว่า ไม่ว่าจะเป็นทีมใหญ่หรือทีมเล็ก สิ่งที่เป็น DNA ของความเป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือ ต้องกระหายชัยชนะในทุกๆ นัด มิใช่หรือ?

เหตุการณ์กลับตรงกันข้าม เมื่อแมนฯยูฯ กลับไม่ชนะในเกมที่สมควรจะต้องเป็นผู้ชนะ จึงต้องสูญเสียคะแนนสำคัญ โดยที่คู่แข่งอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลับไม่พลาดในเกมที่พวกเขาสมควรจะต้องได้สามคะแนน

ตรงนั้นแหละครับ คือสิ่งที่มูรินโญ่ ต้อง “เกา” ให้ตรงจุดว่า ถึงที่สุดแล้วปีศาจแดงของมูรินโญ่ จะใช้วิธีการใด ในการคว้าสามคะแนนในเกมที่จะต้องได้ ไม่ปล่อยแต้มทิ้งเรี่ยราดอย่างที่เห็นในฤดูกาลนี้

ผมเชื่อว่า มูรินโญ่ “รู้” ครับว่าอะไรคือปัญหาที่ทำให้แมนฯยูไนเต็ด ขาดความสม่ำเสมอ พูดกันแบบไม่เกรงใจ คือ นักเตะทีมชุดใหม่แมนฯยูฯ ปัจจุบัน ไม่ได้เล่นเพื่อทีม พวกเขาหลายคนไม่ได้เล่นเพื่อแฟนบอล ไม่ได้มีหัวจิตหัวใจอยากเป็นผู้ชนะเหมือนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยุคก่อน นักเตะในกลุ่มที่จัดว่า “ทุ่มเท” เพื่อทีม มันต้องเป็นนักเตะแบบโรเมลู ลูกากู แบบอเล็กซิส ซานเชซ หรือดาบิด เด เกอา รวมถึงเนมันย่า มาติช และอังเดร เอร์เรร่า

คราวนี้ก็อยู่ที่ว่า จะทำยังไงให้นักเตะที่เหลือมีความทะยานอยากเป็นผู้ชนะเหมือนนักเตะในกลุ่มด้านบน ขณะเดียวกัน มูรินโญ่ก็ต้องไม่ลืมว่า นักเตะที่มีแผนจะ “นำเข้า” เสริมทัพสู้ศึกฤดูกาล 2018/19 ต้องเป็นนักเตะในกลุ่ม “นักสู้” เช่นกัน

อย่างไรก็ดี แค่เป็นนักเตะประเภทใจสู้ ผู้กล้าอย่างเดียวไม่ได้ มูรินโญ่ ต้องซื้อนักเตะในตำแหน่งที่ทีมกำลังขาด เหมือนว่าคันต้องเกาให้ตรงจุด มิเช่นนั้นจะหายคันได้อย่างไร ดังเช่นในตำแหน่งฟูลแบ็กทั้งสองด้าน แอชลีย์ ยัง และอันโตนิโอ วาเลนเซีย ไม่ใช่ผู้เล่นที่ทีมจะฝากฝังได้ในระยะยาว เช่นเดียวกับตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก ที่ยังไม่มีคู่หูพาร์ทเนอร์อย่างลงตัว

ตำแหน่งกองกลาง แมนฯยูฯ ยังต้องการผู้เล่นที่นำมาประสานงานร่วมกับเนมันย่า มาติช ซึ่งตำแหน่งนี้ก็มีข่าวทั้งกับเฟร็ด และเซอร์เก มิลินโควิช-ซาวิช แต่ตำแหน่งกองกลางยังเป็นตำแหน่งที่ปีศาจแดงอาจต้องซื้อถึง 2 คน เพราะการรีไทร์ของไมเคิล คาร์ริค เว้นเสียแต่ว่า มารูอาน เฟลไลนี ตัดสินใจอยู่กับทีมต่อไป เท่านั้นไม่พอตำแหน่งริมเส้นทางด้านขวา ก็เป็นตำแหน่งที่ทีมไม่มีผู้เล่นคนใดเล่นตำแหน่งนี้ได้เลย ทั้งอ็องโทนี มาร์กซิยาล, มาร์คัส แรชฟอร์ด, เจสซี่ ลินการ์ด หรือแม้แต่ขยับอเล็กซิส ซานเชซ ไปเล่นแล้ว “ไม่เวิร์ค” ยังไงก็ต้องซื้อ

ส่วนตำแหน่ง “เพลย์เมกเกอร์” ยอมรับว่า ผมยังไม่ตกผลึกดีนักว่า มันใช่ตำแหน่งที่ถูกต้องเหมาะสมของปอล ป็อกบา หรือไม่ แต่ถ้าตำแหน่งกองกลางถูกนำเข้ามารวดเดียวสองคน ก็มีความเป็นไปได้ว่า ปอล ป็อกบา อาจถูกดันสูงขึ้นมาเล่นในตำแหน่งสำคัญก็เป็นได้

ว่าไปแล้ว อาการคันของมูรินโญ่และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หากต้องการที่จะให้อาการคันหายเป็นปลิดทิ้ง ดูจะใช้เงินมหาศาลทีเดียว!

รายชื่อนักเตะที่อยากเห็นในฤดูกาลหน้า

โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ (เซ็นเตอร์แบ็ก)

แดนนี โรส (ฟูลแบ็กซ้าย) *ส่วนฟูลแบ็กขวายังนึกไม่ออกว่าควรจะเป็นใคร

เฟร็ด (มิดฟิลด์ตัวกลาง)

เซอร์เก มิลินโควิช-ซาวิช (มิดฟิลด์ตัวกลาง)

จอร์จินโญ่ (มิดฟิลด์ตัวกลาง)

วิลเลียน (ริมเส้นทางด้านขวา)

แกเร็ธ เบล (ริมเส้นทางด้านขวา)

อ่านบทความฟุตบอลอื่นๆได้เลยที่ https://bit.ly/2H4RWMH

Check Also

MM88FC แทงบอล แทงบอลออนไลน์ พนันบอลออนไลน์ ดีที่สุด มั่นคง ปลอดภัย 100%

99.99 % บุรีรัมย์ จ่อแชมป์! ลุ้นบทสรุปโค้งสุดท้าย ไทยลีก 2018

99.99 % บุรีรัมย์ จ่อแชมป์! ลุ้นบทสรุปโค้งสุดท้าย ไทยลีก 2018 ฟุตบอลโตโยต้าไทยลีก 2018 เดินทางถึงโค้งสุดท้ายแล้ว เหลือเพียง 4 นัดเทานั้นการแข่งขันลีกสูงสุดของไทยในปี 2561 ก็จะรูดม่านปิดฉากลง …